แท็ก : เล่นไพ่

สูตรอ่านเค้าไพ่ เสือมังกร และวิธีเดินเงินที่ควรนำไปใช้

มีเกมไพ่พนันอยู่ชนิดหนึ่งที่เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย นั้นก็คือไพ่ เสือมังกร... ปัจจุบันเราจะพบว่ามีเกมไพ่พนันมากมายหลากหลายชนิดถูกคิดค้นขึ้นมาให้เราได้เลือกเล่นกันตามความสนใจ ซึ่งเกมไพ่พนันแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่น กฎกติกา อัตราการจ่ายรางวัล ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้เล่นจะต้องทำการศึกษาก่อนการเล่นให้เข้าใจอย่างชัดเจนเสียก่อน หากเรากล่าวถึงไพ่เสือ เกมมังกร แล้ว เชื่อได้แน่ว่าคงจะเป็นเกมไพ่ที่หลาย ๆ คนน่ารู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเกมไพ่เสือมังกร นี้ถือเป็นเกมไพ่ที่มีลักษณะอันใกล้เคียงกับการเล่นไพ่บาคาร่าออนไลน์เป็นอย่างมาก อาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ก็ตรงที่ไพ่บาคาร่านั้นจะสามารถวางเงินเดิมพันได้หลากหลายรูปแบบมากกว่า รวมทั้งยังมีทางเลือกในการเล่นที่หลากหลายมากกว่า  แต่สำหรับไพ่เสือมังกร นั้น จะเป็นการเล่นแค่ไพ่ใบเดียว และไม่สามารถที่จะทำการเรียกไพ่เพิ่มได้อีก กล่าวคือเปิดไพ่มาแค่ใบเดียวแล้วรู้ผลแพ้ชนะกันเลย ซึ่งจะมีข้อดีคือจะเป็นเกมที่รวดเร็ว เล่นง่าย และมีอัตราการจ่ายที่เข้าใจง่าย ด้วยเหตุนี้เกมไพ่เสือมังกร จึงเป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยไปการเล่นเกมไพ่อื่น ๆ เลย จนได้รับการขนาดนามว่าเป็นเกมไพ่ที่รวดเร็วและรุนแรงดังสายฟ้าฟาด เพราะเกมไพ่ที่จะต้องใช้การตัดสินใจที่เฉียบขาด บวกกับดวงดี  ซึ่งวันนี้เราได้นำเอากลเม็ดเคล็ดลับต่าง ๆ ของเกมไพ่เสือมังกร มาฝากคุณ ไม่ว่าจะเป็น สูตรเสือมังกร การอ่านเค้าไพ่ วิธีเดินเงินที่จะช่วยให้ได้กำไรจาก คาสิโนออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไรไปดูกัน สูตร เสือมังกร สำหรับวิธีการเล่นเสือมังกรนั้น เราจะต้องทายว่าฝั่งไหนจะชนะ หรืออาจจะทายว่าเสมอก็ได้ ซึ่งวิธีการเล่นไพ่แบบนี้คล้ายกับไพ่บาคาร่าอยู่พอสมควร แต่ก็มีความแตกต่างกันตรงที่ บาคาร่า จะมีกฎกติกาที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่า และการแข่งขันจะต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่จะรู้ผลแพ้ชนะ แถมยังมีการหักค่าคอมมิชชั่นถ้าเราทายถูกว่าฝั่งเจ้ามือจะชนะอีกด้วย  แต่สำหรับเกมไพ่เสือ เกมมังกร กฎกติกาจะไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไร ใช้ไพ่แค่ใบเดียวตัดสินผลการแข่งขันทั้งหมด และไม่มีการเสียเงินค่าคอมมิชั่นสักบาทเดียว แต่ทว่าก็มีข้อด้อยอยู่บ้างคือ ถ้าสมมุติว่าผลออกมาเสมอ แล้วเราไม่ได้ทายว่าเสมอ เราจะไม่ได้รับเงินเดิมพันคืน (แต่ก็มีสำหรับคาสิโนออนไลน์บางแห่งที่จ่ายเงินคืน 50%) หากจะกล่าวถึงเรื่องของสูตรไพ่ เสือมังกร ที่นิยมใช้กันในหมู่นักพนันนั้น เรียกได้ว่าเป็นวิธีเดียวกับสูตรการอ่านเค้าไพ่ของบาคาร่า เพราะถือว่าเป็นสูตรที่ค่อนข้างจะไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งสูตรที่นิยมใช้กันมีดังนี้ 1. เค้าไพ่ปิงปอง จากการเก็บสถิติพบว่าจะมีการออกไพ่ลักษณะหนึ่งที่ผลจะออกสลับกันไปมาคล้ายกับการตีปิงปอง เช่น การออกไพ่ เสือ – มังกร – เสือ – มังกร – เสือ สลับกันไปมาเช่นนี้เรื่อย ๆ เมื่อเค้าไพ่ออกมามีลักษณะนี้ให้เราทำการวางเดิมพัน แบบแทงสลับกันไปมาเรื่อย ๆ ได้เลย เรียกว่า “เค้าไพ่ปิงปอง”  ซึ่งวิธีการอ่านเค้าไพ่ปิงปอง ให้เราสังเกตดูว่าใน 3 ครั้งสุดท้าย ผลออกมาเป็นฝั่งไหนชนะ ถ้าผลออกมาเป็น มังกร – เสือ – มังกร ในตาต่อไปในเราวางเดิมพันในฝั่ง ‘เสือ’ ได้เลย เพราะมีโอกาสสูงที่จะออกตามเค้าไพ่ปิงปอง โดยเราต้องแทงสลับกันไปมาตามเค้าไพ่ปิงปองจนกว่ารูปแบบของการออกไพ่จะกลับมาออกซ้ำ ๆ ที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เราจึงค่อยปรับรูปแบบการวางเดิมพันใหม่ 2. เค้าไพ่มังกร เค้าไพ่มังกร คือลักษณะของการออกไพ่อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ไพ่ออกซ้ำ ๆ ฝั่งเดียวติดต่อกันยาว ๆ คล้ายกับหางของมังกร จึงทำให้กลายมาเป็นชื่อเรียกว่า “เค้าไพ่มังกร” โดยเมื่อดูจากตารางสถิติจะพบว่า การที่ไพ่ออกติดต่อซ้ำกันไปเรื่อย ๆ เป็นจำนวนหลายตา เมื่อออกไพ่แบบนี้ นักพนันส่วนมากมักจะวางเดิมพันในฝั่งตรงข้าม หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการแทงสวน เช่น เมื่อออกไพ่ออก ‘เสือ’  7 ตาติดต่อกัน หลายคนมักจะคิดว่ามันคงจะออกติดต่อกันนานเกินไปแล้ว จึงแทงสวนกระแสของเค้าไพ่ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การออกเค้ามังกรนั้นสามารถที่จะออกติดต่อกันได้ยาวนานถึง 17 ตารวดเลยทีเดียว วิธีการอ่านเค้าไพ่มังกรนั้น ให้เราสังเกตการออกไพ่ว่า ถ้าฝั่งใดชนะติดต่อกันอย่างน้อย 4 ครั้ง เช่น มังกร – มังกร – มังกร – มังกร หรือ เสือ – เสือ – เสือ – เสือ เราก็แทงตาม สูตรเสือมังกร เค้าไพ่มังกรได้เลยคือให้แทง ‘เสือ’ เพราะมีโอกาสสูงที่ไพ่จะเข้าตามเค้าไพ่ 3. เค้าไพ่สองตัวติด เค้าไพ่รูปแบบนี้จะออกคล้ายกับเค้าไพ่ปิงปอง แต่จะออกผู้ชนะติดซ้ำกัน 2 ครั้งไปเรื่อย ๆ เช่น มังกร – มังกร – เสือ – เสือ – มังกร – มังกร – เสือ – เสือ  4. เค้าไพ่ 3 ตัวติด เค้าไพ่รูปแบบนี้จะคล้ายกับเค้าไพ่ 2 ตัวติด เพียงแต่ว่าจะออกซ้ำฝั่งใดฝั่งหนึ่ง 3 ครั้งติดกันยาวๆ เช่น มังกร – มังกร – มังกร – เสือ – เสือ – เสือ – มังกร – มังกร – มังกร – เสือ – เสือ – เสือ นั่นเอง นี้คือไพ่ทั้ง 4 เค้า ที่เราได้นำมาเสนอ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้นักเล่นพนันทั้งหลายมีแนวทางในการแทงมากขึ้น เพราะเค้าไพ่ต่าง ๆ นั้นเป็นการประเมินจากความน่าจะเป็น ไม่ใช่การแทงมั่วแบบไร้ทิศทาง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม แม้แต่ผู้ที่อ่านเค้าไพ่เก่ง ๆ บางครั้งก็อาจจะมีความผิดพลาดได้เหมือนกัน เพราะไม่มีใครที่จะแทงถูกไปตลอด  ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงโยงไปถึงในเรื่องต่อไปคือ คุณควรที่จะศึกษาเรื่องของสูตรการเดินเงิน เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเงินทุนของคุณ ว่าคุณจะแทงเดิมพันอย่างไรจึงจะมีประโยชน์มากที่สุด ซึ่งสูตรเดินเงินที่ใช้ในวงการ คาสิโนออนไลน์ นั้นมีอยู่มากมายหลายกหลายรูปแบบ แต่จะมีสูตรเดินเงินตัวไหนบ้างที่เหมาะกับเกมไพ่ เสือมังกร ไปดูกัน สูตรเดินเงินเสือมังกร สิ่งที่สำคัญของการเล่นพนันคือ แม้จะแพ้ไปบ้างแต่คุณก็ไม่ขาดทุน หรือที่หลายคนเรียกว่า “แพ้ให้เป็น” นั้นเอง ซึ่งสูตรเดินเงินที่เราจะเอามานำเสนอนี้แหละ จะทำให้คุณรู้จักคำว่า “แพ้ให้เป็น”  ซึ่งก็มีอยู่ 2 สูตรด้วยกัน... สูตรแรกต่อให้เสีย 4 ครั้งติด แต่ครั้งที่ 5 ถ้าชนะ ยังไงก็ได้ทุนคือบวกกำไรอีกต่างหาก สูตรที่สอง ขอแค่ชนะให้ได้ 3 ครั้ง ไม่ว่าจะแพ้มากแค่ไหน ก็ได้ทุนคืน 1. สูตรเดินเงิน Martingale สำหรับสูตรที่คนเล่นเสือ เกมมังกร นิยมเล่นเป็นอันดับต้น ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นสูตรนี้ เราเรียกกันว่าสูตร Martingale โดยเป็นหลักในการจัดสรรเงินเดิมพันออกเป็น 5 รอบ เรียกว่า 5 ระยะ  วิธีการก็คือ เราจะต้องวางทบเดิมพันไป 1 เท่า ของการเดิมพันในรอบที่แพ้ล้าสุด ให้ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ถ้าทำแบบนี้ไปแล้วเราชนะ ให้เรากลับไปเริ่มต้นใหม่ ซึ่งจุดเด่นของสูตรนี้คือเราสามารถแพ้ได้ 4 ครั้ง เพราะถ้าเราสามารถชนะในครั้งที่ 5 เราจะได้รับเงินทุนที่ได้เสียไปกลับมาทั้งหมดพร้อมทั้งได้กำไรอีก 1 หน่วย แต่สูตรนี้ก็มีข้อเสียอยู่บ้างก็คือ เราจะต้องมีเงินทุนที่หนาพอสมควรในการที่จะใช้สูตรนี้ รวมถึงถ้าเราแพ้ 5 ครั้งติด เราจะต้องเสียเงินก้อนโตเลยทีเดียว 2. สูตรเดินเงิน Fiboncci สูตรนี้เรียกอีกอย่างว่าสูตรเดิมพันแบบวางสเตป โดยเป็นการเอาหลักของคณิตศาสตร์มาใช้ (หลักการตัวเลขอนุกรม) ซึ่งหากนำสูตรนี้มาใช้กับการเล่นไพ่ เสือมังกร จะเหมาะกับคนที่อยากนั่งเล่นนาน ๆ เพราะมีข้อดีคือใช้เงินทุนน้อยกว่าแบบ Martingale แถมยังมีความเสี่ยงต่ำกว่า  สำหรับวิธีการก็คือให้แบ่งเงินทุนของเราออกเป็นส่วน ๆ เท่า ๆ กัน โดย 1 ส่วน จะเรียกว่า 1 หน่วยการลงทุน และใช้วิธีการเดินเงินตามสเตปต่อไปนี้  1 – 1 – 2 – 3 – 5 – 8 – 13 – 21 – 34 – 55 • ถ้าเดิมพันแล้วแพ้ ทบเงินเดิมพันขึ้นไป 1 สเตป • ถ้าเดิมพันแล้วชนะ ลดสเตปการเดิมพันลง 2 สเตป สำหรับสูตรเดินเงินนี้ยิ่งเราชนะเราก็จะยิ่งยืนระยะการเล่นได้ยาว เพราะเราจะแช่อยู่ในสเตปที่ 1 ไปเรื่อย ๆ แต่ก็มีอยู่สเตปหนึ่งที่เราจะต้องระวังเป็นพิเศษ นั้นก็คือการเล่นในระหว่างสเตปที่ 3-5 เพราะแม้ว่าเราจะสลับแพ้สลับชนะ แต่เงินของเราจะลดลงไปเรื่อย ๆ แบบเราไม่รู้ตัว

วิธีการเล่น ป๊อกเด้ง เกมที่ได้รับความนิยมชมชอบ

ป๊อกเด้ง คือเกมไพ่พนันที่คุ้ยเคยในหมู่นักพนันชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราถือเป็นเกมพนันที่แพร่หลายที่สุดชนิดหนึ่งของประเทศไทยก็ว่าได้ โดยเราสามารถพบเห็นการเล่น ไพ่ป๊อกเด้ง ได้ทั้งในวงพนันพื้นบ้าน ตลอดไปจนถือบ่อนการพนัน และคาสิโนออนไลน์ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความนิยมชมชอบของเกมไพ่ชนิดนี้ ซึ่งถือเป็นเกมไพ่อีกชนิดหนึ่งที่มีเสน่ห์ไม่แพ้เกมไพ่ชนิดอื่น เพราะมีการเล่นที่เข้าใจได้ง่ายไม่ซับซ้อน การเล่นในแต่ละรอบก็ไม่นาน สามารถจบเกมได้ไว้ และการเล่นยังมีความสนุกสนานไม่แพ้เกมไพ่ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย ป๊อกเด้ง คืออะไร เกมป๊อกเด้ง คือเกมไพ่ที่ใช้อุปกรณ์เพียงไพ่ 1 สำรับในการเล่น ก็สามารถที่จะสร้างความบันเทิงกันได้แล้ว รวมถึงการเล่นก็ไม่ต้องมีกลยุทธ์อะไรมากมายให้หนักประสาท เป็นเกมไพ่ที่เล่นง่าย เดินเกมไว โดยมีเจ้ามือเป็นผู้ดำเนินกิจกรรม และผู้เล่นคนไหนได้แต้มมากกว่าเจ้ามือก็รับเงินรางวัลตอบแทนไป แต่ถ้าได้แต้มน้อยกว่าก็ต้องเสียเงินให้กับเจ้ามือ  ด้วยความที่เป็นเกมง่าย ๆ นี้จึงทำให้การเล่น เกมไพ่ป๊อกเด้ง ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักเล่นพนันทุกระดับ รวมถึงในปัจจุบันการเล่นไพ่ป๊อกเด้งยังได้มีการเปิดบริการให้เล่นกันในคาสิโนออนไลน์อีกด้วย ซึ่งกติกาต่าง ๆ ก็เหมือนกับการเล่นไพ่ป๊อกเด้งแบบทั่วไป  วิธีนับแต้มไพ่ วิธีการนับนับแต้มของ เกมป๊อกเด้ง จะมีวิธีการนับได้ง่าย ๆ ดังนี้ • ไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 1 แต้มเสมอ ไม่ว่าจะเป็นดอกใด ๆ ก็ตาม • ไพ่หน้า 2 – 10 ค่าจะเท่ากับจำนวนแต้มของหมายเลขหน้าไพ่นั้น • ไพ่สามฝรั่ง (J, Q และ K) จะมีแต้มเท่ากับ 10 แต้ม ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไรก็ตาม วิธีการแจกไพ่ เจ้ามือจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ในการแจกไพ่ให้กับผู้เล่นทุกคนโดยจะแจกวนไปเรื่อง ๆ ทีละใบ โดยเจ้ามือจะได้ไพ่เป็นคนสุดท้าย เมื่อแจกทุกคนครบ 2 ใบแล้ว ทุกคนจะทำการดูหน้าไพ่ของตัวเอง ถ้ายังไม่พอใจกับแต้มที่ได้ ก็จะจั่วไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ การวัดผลแพ้ชนะ เมื่อแจกครบแล้ว ทุกคนที่เล่น (รวมทั้งเจ้ามือ) จะทำการดูไพ่ของตัวเอง แล้วรวมแต้มไพ่ในมือทุกคนจะต้องดูว่าแต้มที่ตัวเองได้นั้น มีค่าใกล้เคียงกับ 8 หรือ 9 ไหมถ้าได้แต้มไพ่ที่มากกว่า 9 แต้ม ให้ยึดเอาหลักหน่วยเป็นแต้มที่ได้ เช่น ถ้ารวมแล้วได้ 16 ก็จะเท่ากับว่าได้ 6 แต้มไพ่ป๊อก 8 กับ ป๊อก 9 ถือว่าเป็นไพ่ที่ใหญ่ที่สุดของการเล่น ป๊อกเด้ง ไพ่พิเศษ เกมไพ่ป๊อกเด้ง นอกจากไพ่ป๊อก 8 กับ ป๊อก 9 ที่ถือว่าเป็นไพ่ใหญ่ที่สุดแล้ว ยังมีไพ่พิเศษที่ถือว่ามีผลต่อการจ่ายเงินรางวันด้วย ได้แก่ ไพ่เด้ง จะเป็นไพ่ชุดที่เป็นดอกเดียวกัน โดยจะแบ่งออกเป็นไพ่ 2 ใบ และไพ่ 3 ใบ ดังนี้ ถ้าเป็นไพ่ดอกเดียวกัน 2 ใบ จะเรียกว่า “2 เด้ง” ซึ่งจะมีอัตราการจ่ายรางวัลเป็น 2 เท่าไม่รวมทุน เช่น ทุนเดิมพัน 100 บาท เปิดไพ่มาแล้วได้ K♥ กับ 9♥ ก็จะได้เงิน (ทุน 100) + (กำไร 200) = 300 บาท ถ้าได้ไพ่ดอกเดียวกัน 3 ใบ จะเรียกว่า “3 เด้ง” ซึ่งจะมีอัตราการจ่ายรางวัลเป็น 3 เท่าไม่รวมทุน เช่น ทุนเดิมพัน 100 บาท ถือไพ่ในมือ 3 ใบ คือ 6♥ 7♥ 5♥ ก็จะได้เงิน (ทุน 100) +(กำไร 300) = 400 บาท ไพ่เซียน จะเป็นชุดไพ่ที่เป็นไพ่สามฝรั่ง (J, Q และ K) โดยมีกติกาอยู่ว่า 2 ใน 3 ที่ถืออยู่ในมือนั้น ต้องเป็นไพ่หน้าเดียวกัน เช่น J♥ K♥ K♠ โดยจะมีอัตราการจ่ายเงินรางวัลคือ 3 เท่าไม่รวมทุน เช่น ทุนเดิมพัน 100 บาท จะได้เงิน (ทุน 100) + (กำไร 300) = 400 บาท  ไพ่เรียง จะเป็นชุดไพ่ที่เป็นแต้มเรียงกัน แต่คนละดอก เช่น 6♠ 7♥ 8♠ ซึ่งอัตราจ่ายรางวัลจะเป็น 3 เท่าไม่รวมทุน เช่น ทุนเดิมพัน 100 บาท จะได้เงิน (ทุน 100) + (กำไร 300) = 400 บาท  ไพ่สเตรทฟลัช จะเป็นชุดไพ่ที่แต้มเรียงกัน และดอกเดียวกัน เช่น 6♥ 7♥ 8♥ โดยชุดไพ่สเตรทฟลัชที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในการเล่นไพ่ป๊อกเด้ง คือ Q♠ K♠ A♠ ซึ่งไพ่ชุดนี้จะมีอัตราการจ่ายรางวัลเป็น 5 เท่า ไม่รวมทุนเดิมพัน เช่น ทุนเดิมพัน 100 บาท จะได้รับเงิน (ทุน 100 กำไร 500) = 600 แต่ทั้งนี้กติกาของไพ่ป๊อกเด้งได้ระบุว่าไพ่ ชุดไพ่สเตรทฟลัช จะแพ้ให้กับชุดไพ่ตอง ไพ่ตอง จะเป็นชุดไพ่หน้าเดียวซ้ำกันสามใบ เช่น 333, 555, 777 เป็นต้น ในการเล่นไพ่ป๊อกเด้ง กติกาได้ระบบว่า ไพ่ตองคือชุดไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มไพ่ชุดพิเศษ และเป็นรองเพียง ป๊อก 8 กับ ป๊อก 9 ที่ถือว่าเป็นไพ่ใหญ่สุดของเกม ป๊อกเด้ง วิธีเล่นป๊อกเด้ง เมื่อเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับป๊อกเด้งในภาพรวมมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการนับแต้ม และชุดไพ่พิเศษ ๆ คราวนี้เรามาดูวิธีการเล่นไพ่ป๊อกเด้ง ว่าจะมีวิธีการเล่นอย่างไรกันได้เลย เกมจะเริ่มต้นด้วยการที่ผู้เล่นทุกคนต้องวางเดิมพัน ซึ่งอัตราการวางเดิมพันนั้นจะขึ้นอยู่กับที่โต๊ะได้กำหนดขึ้น หรือที่เจ้ามือกำหนดไว้ หลังจากนั้นเจ้ามือจะเป็นคนที่ทำหน้าที่สับไพ่ที่คละกัน และจะทำการแจกไพ่ให้กับผู้เล่นคนละ 1 ใบ โดยเจ้ามือจะได้ไพ่เป็นคนสุดท้าย ซึ่งจะแจกวนไปเรื่อย ๆ แบบนี้จนครบ 2 ใบ หลังจากที่ทุกคนได้ไพ่ครบทั้ง 2 ใบแล้ว ก็จะทำการเปิดดูไพ่ของตัวเองว่าได้แต้มเท่าไหร่ เพื่อทำการรวมแต้ม เมื่อได้รวมแต้มแล้ว ถ้าได้แต้ม 8 หรือ 9 แต้ม คนนั้นจะถือว่าได้ไพ่ป๊อก เพราะป๊อก 9 ใหญ่สุด ป๊อก 8 รองลงมา ให้ทำการหงายไพ่ประกาศชัยชนะได้เลย การตัดสินวัดแต้ม การวัดแต้ม เกมป๊อกเด้ง นั้นผู้เล่นแต่ละคนจะถือว่าแข่งกับเจ้ามือเพียงคนเดียว ดังนั้นการวัดแต้มจะต้องทำกับเจ้ามือเท่านั้น โดยแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1. ในกรณีที่เจ้ามือได้ไพ่ป๊อก จะเกิดผลตามมาได้ 3 แบบ ดังนี้ ถ้าผู้เล่นไม่ได้ป๊อก หรือได้ป๊อกที่ต่ำกว่าเจ้ามือ จะถือว่าผู้เล่นแพ้ และต้องเสียเงินเดิมพันถ้าผู้เล่นได้ป๊อก โดยเป็นแต้มที่เท่ากันกับเจ้ามือ ถือว่าเสมอ เงินเดิมพันไม่ได้ไม่เสีย ถือว่าเจ๊ากันไปถ้าผู้เล่นได้ป๊อก และเป็นป๊อกที่สูงกว่าเจ้ามือ จะถือว่าผู้เล่นเป็นฝ่ายชนะ และจะได้เงินรางวัลจากเจ้ามือ 2. ในกรณีที่เจ้ามือไม่ได้ไพ่ป๊อก ผู้เล่นมีสิทธิ์เรียกไพ่เพิ่ม ในใบที่ 3 ได้ หรือจะไม่เรียกก็ได้หากพอใจในแต้มที่ถืออยู่ในมือแล้ว และถ้าเจ้ามือไม่เรียกไพ่เพิ่ม ทุกคนก็สามารถหงายไพ่วัดแต้มกับเจ้ามือได้เลย โดยจะเกิดผลตามมาได้ 3 แบบ ดังนี้ ถ้าฝั่งผู้เล่นได้แต้มรวมมากกว่าเจ้ามือ ก็ถือว่าผู้เล่นชนะ และได้รับเงินรางวัลจากเจ้ามือถ้าฝั่งผู้เล่นได้แต้มเท่ากับเจ้ามือ ก็ถือว่าเสมอ เงินเดิมพันไม่ได้ไม่เสีย ถือว่าเจ๊ากันไปถ้าฝั่งผู้เล่นได้แต้มน้อยกว่า ก็จะถือว่าผู้เล่นแพ้ และจะต้องเสียเงินเดิมพันให้กับเจ้ามือไป และทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการเล่นเกมไพ่ ป๊อกเด้ง ซึ่งถือว่าเป็นเกมไพ่ยอดนิยมในหมู่นักพนันชาวไทย รวมถึงยังเป็นเกมที่เล่นไม่ยาก และในปัจจุบันยังได้มีการเปิดให้บริการในระบบคาสิโนออนไลน์อีกด้วย ซึ่งกติกาการเล่นในระบบคาสิโนออนไลน์ก็ไม่ได้แตกต่างจากไพ่ป๊อกที่เล่นกันโดยทั่วไป ดังนั้นผู้ที่ชื่นชอบการเล่น ไพ่ป๊อกเด้ง เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ควรจะไปลองสัมผัสบรรยากาศที่แปลกใหม่ในการเล่นกับคาสิโนออนไลน์ก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อย

เปิดเทคนิค ป๊อกเด้ง ของเซียนพนันที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

น้อยคนนักที่ไม่เคยได้ยินคำว่า ป๊อกเด้ง มาก่อน เพราะเป็นเกมการพนันที่อยู่กับคนไทยมาอย่างยืนยาวนาน แพร่หลายไปทุกชุมชนหลายระดับ ตั้งแต่ตั้งวงไพ่ในบ้าน เล่นกันในบ่อนเล็กบ่อนใหญ่ จนมาถึงเกมไพ่ป๊อกเด้งที่อยู่ในเว็บคาสิโนออนไลน์ แต่ถ้าถามว่ารู้จักกันดีมากมายน้อยแค่ไหน นักพนันมือใหม่ก็อาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องราวของป๊อกเด้งนัก และคงมีคำถามว่าเซียนพนันทำเงินจากเกมเกมนี้ได้อย่างไร ลองมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน ป๊อกเด้ง คืออะไร มันคือเกม ไพ่ป๊อก ชนิดหนึ่งที่ใช้ไพ่เพียงแค่ 1 สำรับในการเล่น เป็นเกมการเล่นที่เดินเกมค่อนข้างเร็ว เริ่มง่ายจบง่าย ไม่นานนักก็รู้ผลแพ้ชนะที่เดิมพันกันไว้แล้ว มีเพียงแค่เจ้ามือกับผู้เล่น 2-4 คนก็ตั้งวงขึ้นมาได้แล้ว วิธีการเล่นก็ไม่ยาก แค่ดูว่าฝั่งไหนได้แต้มากกว่าก็จะเป็นผู้ชนะไปในเกมนั้น ไม่ต้องมีเคล็ดลับอะไรเป็นพิเศษ ทำให้เป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักพนันทุกระดับ ทุกวันนี้ได้บรรจุอยู่ในเว็บการพนันออนไลน์ มีกฎกติกาในการเล่นที่เหมือนกัน นั่นแปลว่ามีความสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต่อเสี่ยงในการออกนอกบ้าน เพียงแค่เป็นสมาชิกของเว็บไซต์พนันที่ให้บริการ มีอุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์หรือมือถือดี ๆ สักเครื่อง เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็วางเดิมพันแล้วเล่นเกมได้แล้ว นับแต้มป๊อกเด้งอย่างไร ไพ่ A ทุกดอกจะมีแต้มเท่ากับ 1 แต้ม ไพ่หน้าตัวเลข 2 – 10 ทุกดอกจะมีแต้มเท่ากับหมายเลขหน้าไพ่ ไพ่สามฝรั่ง คือ J, Q และ K ทุกดอกจะมีแต้มเท่ากับ 10 แต้ม การแจกไพ่ในเกม เริ่มจากเจ้ามือสับ ไพ่ป๊อก แล้วแจกให้กับนักพนันทุกคนในเกมคนละ 1 ใบ แล้วจึงแจกให้กับตนเองที่ทำหน้าที่เจ้ามือ จากนั้นจึงทำการแจกไพ่ใบที่ 2 ให้นักพนันทุกคนตามลำดับเหมือนกับการแจกไพ่ครั้งที่ 1 หลังจากที่ทุกคนในวงได้ไพ่ครบคนละ 2 ใบแล้ว ให้ทุกคนรวมแต้มไพที่อยู่ในมือของตัวเอง เพื่อดูว่ามีแต้มใกล้เคียงกับ 8 หรือ 9 แต้มหรือไม่ แต่ถ้าเกิดว่ารวมไพ่ได้มากกว่า 9 แต้มนั้น ก็ให้ยึดเอาหลักหน่วยถือเป็นแต้มที่ได้ เช่น รวมแต้มแล้วได้ 14 แต้ม เท่ากับว่าไพ่ในมือทั้งสองใบมีค่า 4 แต้มนั่นเอง นอกจากนี้แล้วการแจกไพ่ยังทำให้เกิดรูปแบบไพ่พิษขึ้นมา นอกจากไพ่ป๊อก 8 และป๊อก 9 จะเป็นไพ่ใหญ่ที่สุดของเกม ป๊อกเด้ง ก็ตาม แต่ก็ยังมีไพ่พิเศษอีกด้วยที่จะทำให้อัตราการจ่ายเงินรางวัลแตกต่างกันออกไป โดยไพ่พิเศษนั้นสามารถแบ่งเป็นชุดได้ดังนี้ ไพ่เด้ง หมายถึง ชุดไพ่ที่มีดอกเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็นไพ่ 2 ใบและไพ่ 3 ใบ ได้แก่ ถ้า เกมไพ่ป๊อกเด้ง ดอกเดียวกัน 2 ใบ เรียกว่า 2 เด้ง อัตราจ่ายเพิ่มเป็น 2 เท่าของเดิมพันที่วางไว้ เช่น วางเดิมพันไว้ 50 บาท ไพ่ที่ได้ในมือคือ K♥ กับ 9♥  เท่ากับนักพนันจะได้เงิน 150 บาท มาจากทุน 50 บาทและกำไร 100 บาท ถ้าได้ไพ่ดอกเดียวกัน 3 ใบ จะเรียกว่า 3 เด้ง อัตราจ่ายเพิ่มเป็น 3 เท่าของเดิมพัน เช่น แทงไป 50 บาท ไพ่ในมือทั้ง 3 ใบ คือ 9♥ 7♥ 5♥ เท่ากับนักพนันจะได้เงิน 200 บาท มาทุน 50 บาทและกำไร 150 บาท ไพ่เซียน หมายถึง ชุดไพ่ที่มีการคละกันของไพ่สามฝรั่ง คือ J, Q และ K โดยมีเงื่อนไขว่า 2 ใน 3 ใบนี้จะต้องเป็นไพ่หน้าเดียวกันภายในชุด เช่น J♥ K♥ K♠ มีอัตราจ่ายคือ 3 เท่า ไม่รวมทุน เช่น วางเดิมพัน 50 บาท เท่ากับนักพนันจะได้เงิน 200 บาท มาจากทุน 50 บาท กำไร 150 บาท ไพ่เรียง หมายถึง ชุดไพ่ที่มีแต้มเรียงกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีดอกไพ่เดียวกันภายในชุด เช่น 6♠ 7♥ 8♠ มีอัตราจ่ายคือ 3 เท่า ไม่รวมทุน เช่น วางเดิมพัน 50 บาท เท่ากับนักพนันจะได้เงิน 200 บาท มาจากทุน 50 บาท กำไร 150 บาท ไพ่สเตรทฟลัช หมายถึง ชุดไพ่ดอกเดียวกันโดยมีแต้มเรียงกัน เช่น 6♥ 7♥ 8♥ เป็นต้น ซึ่งชุดไพ่สเตรทฟลัชที่ใหญ่ที่สุดคือ Q♠ K♠ A♠ มีอัตราจ่ายคือ 5 เท่า เช่น วางเดิมพัน 50 บาท เท่ากับนักพนันจะได้เงิน 300 บาท มาจากทุน 50 บาท กำไร 250 บาท แต่อย่าลืมว่าชุดไพ่สเตรทฟลัชนี้จะเล็กกว่า หรือจะต้องแพ้ชุดไพ่ตองเสมอ ไพ่ตอง หมายถึง เกมไพ่ป๊อกเด้ง ที่มีหน้าไพ่เดียวกันทั้งสามใบ เช่น 333, 555, 777 เป็นต้น สำหรับไพ่ชุดนี้จะถือว่าเป็นชุดไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มไพ่พิเศษ แต่ก็ยังเป็นไพ่ที่เล็กกว่าป๊อก 8 และป๊อก 9 ที่เป็นไพ่ใหญ่สุดในเกมเกมนี้ อย่าเพิ่งดีใจหากมองไพ่ในมือแล้วเป็นไพ่ตอง หากนักพนันคนอื่นได้ไพ่ป๊อกขึ้นมาก็จะยอมรับความพ่ายแพ้ตามกติกา ป๊อกเด้งเล่นอย่างไรดูขั้นตอนแบบละเอียด วิธีการเล่น ป๊อกเด้ง จะเริ่มจากผู้เล่นทุกคนในเกมจะต้องวางเดิมพันตามที่กำหนดตกลงกันไว้ และต้องไม่เกินจากที่เจ้ามือกำหนดด้วย เจ้ามือสับไพ่และแจกให้กับผู้เล่นทุกคนคนละ 1 ใบโดยคว่ำไพ่ไว้ จึงค่อยแจกไพ่ให้กับตัวเอง จากนั้นให้เริ่มแจกไพ่ใบที่ 2 โดยมีขั้นตอนเหมือนกับการแจกไพ่ใบแรก เมื่อนักพนันทุกคนได้ไพ่คนละ 2 ใบแล้ว ให้นำมารวมแต้มว่าในมือของตัวเองมีแต้มเท่าไหร่ สมมติว่ามีผู้เล่นในวงได้ไพ่ป๊อก 8 หรือป๊อก 9 ก็ให้หงายไพ่ออกมาทันที โดยไพ่ป๊อก 9 เป็นไพ่ที่ใหญ่ที่สุด ไพ่ป๊อก 8 เป็นไพ่ที่ใหญ่รองลงมา หากไม่มีใครได้ไพ่ปีอก 8 หรือป๊อก 9 ให้วัดแต้ม โดยจะต้องวัดแต้มระหว่างเจ้ามือกับผู้เล่นเท่านั้น สามารถแบ่งเป็น 2 รูปแบบคือกรณีเจ้ามือได้ไพ่ป๊อก หากผู้เล่นได้ไพ่ป๊อกที่ต่ำกว่าเจ้ามือหรือไม่ได้ป๊อก ให้ถือว่าผู้เล่นแพ้และต้องเสียเงินเดิมพัน หากผู้เล่นได้ป๊อกเท่ากับเจ้ามือจะถือว่าเสมอกัน ไม่เสียเงินเดิมพันและจะไม่ได้รับเงินเดิมพันของเจ้ามือ หากผู้เล่นได้ป๊อกสูงกว่าเจ้ามือจะถือว่าชนะ เจ้ามือจะต้องจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้เล่น กรณีเจ้ามือไม่ได้ ไพ่ป๊อก ผู้เล่นทุกคนสามารถเรียกไพ่ใบที่ 3 ได้ หรือจะไม่เรียกก็ได้ ถ้าคิดว่าแต้มที่มีอยู่สูงพอที่จะสู้กับเจ้ามือได้ ถ้าเจ้ามือไม่เรียกไพ่เพิ่มก็สามารถหงายไพ่วัดแต้มกับผู้เล่นได้เลย ถ้าผู้เล่นมีแต้มรวมมากกว่าให้ถือว่าชนะ และได้รับเงินรางวัลจากเจ้ามือ ถ้าผู้เล่นมีแต้มเท่ากับเจ้ามือให้ถือว่าเสมอ แต่ไม่ได้เงินรางวัลและไม่เสียเดิมพันเช่นกัน ถ้าผู้เล่นมีแต้มน้อยกว่าให้ถือว่าแพ้ จะต้องเสียเดิมพันให้กับเจ้ามือ เผยสูตรเกมป๊อกเด้ง สูตรแทง 2 ขา แม้ว่าจะเสี่ยงในการเสียเงิน 2 ต่อ แต่ก็มีข้อดีคือ นักพนันสามารถวางเดิมพันเพื่อเพิ่มโอกาสทำเงินได้ถึง 2 ขา ลองคิดดูว่าถ้าทำเงินได้ถึง 2 ค่า อัตราการจ่ายจะสูงขนาดไหน แน่นอนว่านักพนันหลาย ๆ คนเลือกใช้สูตรนี้ไปเล่น เพราะรางวัลที่ล่อตาล่อใจและน่าเสี่ยง โอกาสที่จะได้มีสูงมากเช่นกัน สูตรใช้ไพ่กลาง นักพนันจะต้องไม่เรียกไพ่เพิ่ม แต่ใช้ไพ่กลาง ๆ ในการเล่น เพราะการเรียกมาเพิ่มนั้นเป็นความเสี่ยงมากขึ้น ถ้าเรียกว่าแล้วได้แต้มไพ่น้อยกว่าเดิมก็เตรียมตัวเตรียมใจจบเกมและเสียเดิมพันได้เลย การเรียกไพ่มีความสำคัญมาก ๆ อย่าเรียกเพิ่มตามอำเภอใจโดยเด็ดขาด แม้ว่าเกม ป๊อกเด้ง จะเล่นไม่ยาก เดิมพันกันง่าย ๆ ไม่ต้องมีกฎกติกาที่ซับซ้อน แต่อย่าลืมตั้งสติให้ดีก่อนการวางเดิมพันทุกครั้ง ระหว่างการเล่นได้กับเล่นเสียคือความท้าทายคำว่าพนัน ถ้าพลาดก็ตือพลาด 

สูตรไพ่ เสือมังกร ออนไลน์ที่ทุกคนอยากรู้จัก

เกมไพ่มังกรออนไลน์เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วกับนักพนันทั้งหลาย แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักดีสำหรับผู้ที่พึ่งเรียนรู้จะเล่นเกมไพ่ เสือมังกร ออนไลน์ หลายคนยังไม่รู้สูตรที่ดีพอมีการเล่นอย่างไรให้คว้าเงินก้อนโตในโลกออนไลน์ได้ สำหรับเกมออนไลน์นั้นมีอยู่หลายรูปแบบมากมายให้ทุกคนได้เลือกเล่น และเกมไพ่มังกรนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เป็นที่นิยมสำหรับคนไทยที่พยายามหารายได้เสริมจากเกมออนไลน์นั่นเอง สาเหตุที่คนส่วนใหญ่หันมาเล่นเกมไพ่ มังกร เพราะเกมไพ่มังกรมีระบบการเล่นที่ไม่ยุ่งยากเกินไป สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย และสูตรที่เล่นก็ไม่ได้ยากอีกด้วย วันนี้เราจะมาวิธีการสร้างโอกาสทำเงินให้กับคุณจากมือถือด้วยเกมไพ่มังกรง่าย ๆ ตัวนี้ คุณจะได้รู้ว่าเกมพนันออนไลน์ก็สามารถทำเงินให้คุณเป็นจำนวนก้อนโตได้เช่นกัน โดยเฉพาะ เกมมังกร ก่อนที่คุณจะเล่นเกมไพ่มังกรนั้น ในอันดับแรกคุณจะต้องรู้ก่อนว่า เกมไพ่มังกรเป็นการทายผลแพ้ชนะของทั้งสองฝั่ง และทำการวางเดิมพันตามจำนวนที่เรากำหนด เมื่อทายผลถูกก็รับเงินรางวัลไปในที่สุด อัตราการจ่ายเงินที่จะได้รับก็แล้วแต่เว็บไซต์กำหนดซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปไม่เหมือนกัน สูตรการเล่นไพ่ เสือมังกร 1. แทงทบรอจังหวะตีคืน สูตรนี้สิ่งสำคัญหลักคือเรื่องของเงินทุน มีความจำเป็นจะต้องใช้ทุนที่สูง ถึงจะได้ใช้สูตรนี้ได้ การแทงทบนี้ คือ การกำหนดการวางเดิมพันไพ่มังกรในแต่ละครั้ง 500 บาท ถ้าคุณแพ้ในเกมแรก ครั้งต่อไปให้ใช้สูตรการแทงทบคือ เพิ่มไปอีก 1 เท่า คือ แทง 1,000 บาท ถ้าคุณยังแพ้อีก ให้แทง 1,500 บาท ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะชนะ เมื่อได้คืนแล้วขอให้หยุดเล่น เพราะคุณจะได้ทั้งทุนและกำไรที่ได้กลับมาแล้วจากการแทงทบ เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปขอแนะนำให้หยุดเล่นก่อน เพื่อป้องกันการเสียเงินครั้งต่อไปนั่นเอง 2. การอ่านไพ่ คุณแค่อ่านไพ่ก็สามารถกินได้ไม่มีหยุด สำหรับการอ่านไพ่ขอให้คุณดูที่สถิติ และเช็คดูว่ารูปแบบใดที่ออกกันซ้ำ ๆ แบบเดิม ๆ จากสถิติที่เรามองเห็นลองสังเกตว่ามีการเกิดขึ้นอย่างไรของฝั่ง มังกร ซึ่งมีการชนะติดต่อกัน 5 ครั้ง แต่ก่อนที่มังกรจะชนะ 5 ครั้งนั้น ฝั่งเสือก็ได้มีการชนะมาแล้ว 4 ครั้ง ติดต่อกันซึ่งรูปแบบในลักษณะนี้จะจับทางเหมือนการโต้กันของการตีลูกปิงปองที่จะสลับไปมา แต่ทั้งนี้การเล่นก็อาจจะมองได้จากรูปแบบการสลับครั้งต่อครั้ง เช่น เสือ มังกร เสือ มังกร แบบนี้ก็ถือว่าตรงกับรูปแบบสูตรปิงปองเช่นกัน 3. จับทางไพ่แต้มสูง จับทางไพ่แต้มสูงให้สังเกตจากการออกไพ่ซ้ำกันเกิน 5 ครั้ง เช่น ในเกมไพ่ฝั่งมังกรได้มีการเปิดไพ่แต้มอยู่ระหว่าง 1 ถึง 9 ออกแบบนี้ติดถึงกันมาถึง 5 ครั้ง ถ้าเป็นแบบนี้ในรอบถัดไปให้คุณเลือกวางเดิมพันในฝั่ง เกมมังกร ได้เลยทันที แต่ต้องสังเกตด้วยว่าฝั่งหน้าไพ่เสือต้องไม่มีความต่อเนื่องของไพ่หน้าเล็กด้วยเช่นเดียวกับการวิเคราะห์สถิตินั่นเอง เทคนิคการเล่นเกมไพ่เสือมังกร 1. วางเป้าหมายในการเล่น การวางเป้าหมายการเล่นเกมพนัน มังกร ทุกรูปแบบ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ทุกครั้งที่เล่นเกมพนันจะต้องวางเป้าหมายในการรับเงินและจ่ายเงิน จะมีการจ่ายเงินอยู่ที่เท่าไหร่ ถึงจะเลิกเล่น และรับเงินอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะเลิกเล่น เรื่องเงินถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ อีกส่วนหนึ่งคือการวางเป้าหมายในการเล่น จะต้องมีการวางแผน ให้เช็คสถิติในการเล่นเป็นอันดับต้น ๆ ห้ามเล่นแบบส่ง ๆ เพราะอาจจะทำให้คุณเสียเงินเป็นจำนวนมากได้ 2. การเดินเกม เทคนิคในการเดินเกมนั้นควรจะเป็นการเล่นด้วยการวางเงินที่เท่า ๆ กันและทุก ๆ ครั้ง ที่วางเกมนั้นไม่ควรที่จะเดินทุกตาควรเดินตาที่มั่นใจซึ่งหลายคนนั้นบางทีจะเล่นแค่เพียงเฉพาะเสืออย่างเดียวรอจังหวะที่คิดว่าเสือจะออกจึงแทงเสือไม่แทงสลับไปสลับมาเพราะจะทำให้ไขว้เขวได้ แต่ข้อเสียคือต้องใช้เวลานานจึงไม่เหมาะสำหรับคนที่ใจร้อน แต่ส่วนใหญ่แล้วสามารถใช้เพื่อทำเงินได้จริง เนื่องจากมีการชนะใจตัวเองและมีการเดิมพันแข่งขันอยู่เรื่อย ๆ  3. มีวินัย มีสติ ในการเล่น การพนันทุกอย่างต้องอาศัยวินัยและกฎระเบียบของตัวเองเป็นหลัก จะได้จะเสียจะอยู่ที่ตัวคุณเองถึงเป็นส่วนใหญ่เพราะการมีระเบียบวินัยจะเป็นตัวยึดและรั้งตัวคุณเองในระหว่างการเล่น อยากเล่นได้ให้เงินต้องเล่นแบบมีสติและเล่นด้วยความใจเย็น เล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่รีบร้อน ใช้ทักษะของตัวเองที่มีในการเล่น ห้ามเล่นแบบใจร้อน วางเดิมพันแบบไม่ได้ตั้งใจ ก็จะเป็นข้อเสียสำหรับคุณนั่นเอง เกมไพ่ เสือมังกร เป็นเกมที่มีความคล้ายกับเกมบาคาร่า แต่แตกต่างกันที่เกมไพ่เสือมังกรในแต่ละฝั่ง จะใช้การเปิดไพ่เพียงรอบละ 1 ใบ เท่านั้น เพื่อวัดผลการแพ้ชนะ โดยแต้มฝั่งไหนมากสุด ถือว่าเป็นผู้ชนะ การเล่นเกมไพ่เสือมังกรเป็นเกมที่เล่นง่ายกว่าเกมบาคาร่าคนจึงนิยมเล่นนั่นเอง แต่เกมไพ่เสือมังกรก็มีข้อดีข้อเสียเหมือนกัน เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ข้อดีของการเล่นไพ่เสือมังกร 1. อัตราการจ่ายเงินรางวัลเยอะ และมีความเป็นยุติธรรม  2. มีระบบการเล่นเกมที่เข้าใจง่าย สำหรับคนที่อยากเล่นสามารถทำความเข้าใจเพียงครั้งเดียวก็สามารถเล่นได้เลย 3. เกมจบเร็วไม่เสียเวลาเพราะเกมไพ่ เสือมังกร เป็นเกมที่ง่าย ใครชนะก็รับเงินสามารถเล่นตาถัดไปได้เลย ไม่ต้องคิดคำนวณเยอะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาในการเล่นไม่มากอีกด้วย 4.  ไม่ต้องลุ้นหลายทางให้เสียเวลา เพราะไพ่เพียง 1 ใบ ก็สามารถลุ้นและตัดสินชะตากรรมของคุณได้ทันที 5. รูปแบบการเล่นน้อย ง่ายต่อการลงเล่น  6. เล่นแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เกมไพ่เสือมังกรมีรูปแบบการคิดที่ไม่ยากจึงเป็นการพักผ่อนสมองของผู้เล่นไปในตัวอีกด้วย 7. สามารถเล่นที่ไหนก็ได้ เข้าสู่ระบบการเล่นที่ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการเข้าสู่ระบบเล่นที่หลายขั้นตอน 8. มีความปลอดภัย เกมไพ่เสือมังกรเล่นผ่านเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ และเว็บไซต์สมัยนี้มีความปลอดภัยสูง รวมไปถึงการจ่ายเงินที่ไวอีกด้วย ข้อเสียของการเล่นเกมไพ่เสือมังกร 1. มีความเสี่ยงที่จะเสียเงินเยอะ เพราะเนื่องจากเกมไพ่เสือมังกร เป็นเกมที่จบไว ทำผู้เล่นสามารถเล่นไปเรื่อย ๆ เพลิน ๆ ถ้าเล่นได้ก็ได้ แต่ถ้าเสียก็ถือว่าเสียไปอย่างรวดเร็ว 2. ตัวเลือกในเกมค่อนข้างน้อยมีแค่ 3 ตัวเลยเท่านั้น สำหรับคนที่อยากเล่นเกมไพ่เสือมังกรก็สามารถเล่นได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีมือถือหรือเล่นผ่านคอมพิวเตอร์ก็สามารถเล่นได้เลย ส่วนสำหรับเว็บไซต์ที่อยากแนะนำขอให้เล่นผ่านเว็บไซต์ Easyapp9 ถือว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง วีการสมัครก็ไม่ยุ่งยากอีกด้วยเพียงแค่ทำการลงทะเบียนไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถเล่นได้แล้ว ยังนอกจากเกมไพ่ เสือมังกร ยังมีเกมอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมให้ได้เลือกเล่นกันอีกมากมาย ถ้าสนใจลองเข้าไปคลิกดูและทำการสมัครได้เลย รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เกมพนันออนไลน์ถือว่าเป็นเกมที่สร้างความพักผ่อนให้กับผู้เล่นกันอยู่หลายเกม และสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เล่นได้อีกเป็นจำนวนมาก ทั่งนี้จะได้เงินหรือไม่ก็อยู่ที่ผู้เล่นเป็นตัวกำหนดและอยู่ที่ผู้เล่นทำการศึกษาวิธีการเล่นและใช้สติในการเล่น สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยให้ทุกคนเล่นการพนันออนไลน์ได้อย่างสนุกสนานและมีผลตอบรับที่ดีนั่นเอง

ป๊อกเด้ง เล่นไพ่ถูกวิธี เล่นง่าย ๆ ก็ทำให้ได้เงิน

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 เป็นช่วงที่การเล่นไพ่ ป๊อกเด้ง ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก และในปี พ.ศ.1953 นาย เกิง โกเนอร์ คือบุคคลที่ได้คิดค้นไพ่ป๊อกขึ้นมาโดยใช้วิธีการนับแต้มที่มีอยู่ในไพ่เป็นการตัดสิน และนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นไพ่ป๊อกนั้นเอง ในปัจจุบันไพ่ป๊อกนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในบ้านเราและเป็นที่นิยมกันมาอย่างยาวนานแล้วด้วย เพราะว่าไพ่ป๊อกนั้นเป็นไพ่ที่สามารถเล่นได้ทุกวัยตั้งแต่เด็กจนไปถึงผู้ใหญ่ เพียงแค่ท่านนับเลขเป็นก็จะสามารถเล่น ไพ่ป๊อก ได้อย่างสนุกสนานกันแล้ว วันนี้ดิฉันจึงได้นำความรู้หลักการเล่นและความหมายของไพ่แต่ละใบมาฝากทุกท่านอีกด้วย การนับแต้มของไพ่จะยึดจากตัวเลขหน้าไพ่เป็นหลัก ในไพ่ที่ไม่ใช่ตัวเลขจะมีการนำภาพของกษัตริย์ในยุคนั้นมาอ้างอิง โดยมี ไพ่คิง คือ กษัตริย์ ชาร์เลอมอง , อเล็กซานเดอร์มหาราช , จูเลียสซีซาร์ และกษัตริย์เดวิด  ไพ่ควีน คือ พระนางเอสเธอร์ , พระนางคลีโอพัตรา , พระนางแห่งซีบาร์ , และพระนางโบดิเซีย  ไพ่แจ็ค คือ วีระบุรุษ หรืออัศวิน เล่นไพ่ นั้นจะมีดอกบนไพ่อยู่ 4 แบบ ซึ่งแต่ละแบบนั้นก็มีความหมายต่างกันและมีส่วนในการนับแต้มของไพ่อีกด้วยดังนี้ เรียงจากไพ่ที่มีดอกใหญ่ที่สุด หรือเรียกว่ามีแต้มมากที่สุดนั้นเอง โดยที่ ไพ่  K Q J 10 นั้นจะมีค่า = 0 , A มีค่า = 1 และ 2,3,4,5,6,7,8,9 มีค่าตามตัวเลขจากหน้าไพ่ ความหมายของไพ่แต่ละดอกมีดังนี้  ไพ่โพธิ์ดำ ความหมายคือ ความตายไพ่โพธิ์แดง ความหมายคือ ความรัก ไพ่ข้าวหลามตัด ความหมายคือ สินทรัพย์ไพ่ดอกจิก ความหมายคือ ความรู้ วิธีการเล่นไพ่ ป๊อกเด้ง อย่างถูกต้อง การเล่น ไพ่ป๊อก นั้นมีวิธีการเล่นที่ไม่ซับซ้อนอะไรมากมาย โดยในวงนั้นจะมีผู้เล่นกี่คนก็ได้แต่จะมีเจ้ามือได้เพียงแค่คนเดียว เจ้ามือจะทำการสับไพ่ และแจกไพ่ให้กับทุกคนรอบวงคนละ 2 ใบ จากนั้นให้ทุกท่านนำไพ่ทั้ง 2 ใบ ที่ได้มานั้นมาบวกเข้าด้วยกัน จำนวนที่บวกได้จะเท่ากับ แต้มที่เราได้รับ ถ้าหากว่าแต้มที่ได้นั้นรู้สกว่าน้อยเกินไป ท่านสามารถที่จะขอไพ่ใบที่ 3 ได้ ก่อนที่จะเจ้านั้นจะทำการเปิดไพ่ หรือถ้าหากว่าเจ้ามือเปิดไพ่แล้วจะไม่สามารถทำการขอไพ่ใบที่ 3 ได้อีก เมื่อเจ้ามือเปิดไพ่แล้วให้ท่านดูว่าไพ่ของใครมีแต้มมากกว่า เช่น เจ้ามือมี 6 แต้ม แต่ท่านมี 7 แต้ม ท่านจึงเป็นฝ่ายชนะและรับเงินตามจำนวนที่ท่านได้ลงเงินต้นไว้ และจงจำไว้ว่า ถ้าหากผลรวมได้ 9 นั้นเรียกว่าไพ่ป๊อก 9 นั้นเอง ส่วนไพ่ที่ได้ผลรวมเท่ากับ 8 จะเรียกว่า ป๊อก 8 จะเรียกว่าไพ่ป๊อกแค่ผลรวม 2 เลขนี้เท่านั้น เรียกได้ว่า ไพ่ป๊อก 9 คือไพ่ใหญ่สุดนั้นเอง และรองลงมาคือ ไพ่ป๊อก 8  โดยจะทำการเรียงตามลำดับคร่าว ๆ เพื่อความเข้าเข้าใจง่ายขึ้น ไว้ดังนี้ เจ้ามือ หรือ เรียกสั้น ๆ ว่าเจ้า สามารถกำหนดการวางเงินเดิมพันสูงสุดได้เช่น วางเงินสูงสุดได้ 100 บาท แต่ผู้เล่นนั้นจะวางเงินเท่าไหร่ก็ได้ไม่เกิน 100 บาท ตามที่เจ้ามือกำหนดหลังจากที่ทำการวางเดิมพันกันเรียบร้อยแล้ว เจ้ามือจะทำการสับไพ่ และแจกไพ่ให้กับผู้เล่นคนละ 2 ใบ เจ้ามือจะเลือกแจกไพ่วนไปทางใดทางหนึ่งก็ได้ เช่น ตาที่ 1 แจกไพ่วนไปทางขวา ถัดมาแจกไพ่วนไปทางซ้ายเมื่อแจกไพ่ครบให้ทุกคนทำการดูไพ่หากไม่ป๊อก หรือมีแต้มน้อยให้ถือไพ่ไว้รอเรียกไพ่ใบที่ 3แต่ถ้าหากเจ้ามือป๊อก ป๊อก 8 หรือ ป๊อก 9 ก็ได้ เกมจะจบลงทันทีโดยไม่มีการเรียกไพ่ใบที่ 3 เพราะถึงเรียกไพ่ใบที่ 3 มา ต่อให้แต้มสูงขึ้นท่านก็แพ้เจ้ามืออยู่ดีเมื่อทำการเลือกไพ่ใบที่ 3 กันแล้วในกรณีที่เจ้ามือไม่ป๊อก ให้ทุกคนบวกเลขรวมทั้งหมดและเปิดไพ่เพื่อวัดกับเจ้ามือว่าใครจะมีแต้มสูงกว่ากัน การเล่นไพ่ ป๊อกเด้ง นั้นท่านจะต้องทำการวัดไพ่แข่งกับเจ้ามือเพียงคนเดียว โดยไพ่ของผู้เล่นคนอื่นนั้นไม่มีผลต่อไพ่ของท่านหลังจากการเปิดไพ่หากแต้มของท่านชนะเจ้ามือก็จะได้รับเงิน โดยอัตราการจ่ายเงินจะมีรายละเอียดเขียนไว้ต่อจากนี้ คำศัพท์ที่สามารถพบได้ในการเล่นไพ่ป๊อก อย่างที่รู้ ๆ กันว่า นอกจากวิธีการเล่นไพ่แต่ชนิดที่เราต้องจดจำแล้วสิ่งหนึ่งที่ควรจะต้องจำด้วยนั้นก็คือ คำศัพท์ ที่เราจะได้ยินในการเล่น ไพ่ป๊อก นั้นเอง อยากให้ทุกคนลองคิดภาพดู ถ้าหากว่าลองไปเล่นครั้งแรกแล้วไม่รู้คำศัพท์พื้นฐานเลยคงจะได้นั่งงงกันเป็นไก่ตาแตกแน่นอน ในวันนี้กิฉันเลยรวบรวมคำศัพท์ขั้นพื้นฐานมาให้ทุกท่านได้เรียนรู้กันค่ะ 1. ป๊อก 9 , 8 หมายถึง ไพ่ที่มีผลรวมกัน 2 ใบ ได้เท่ากับ 9 หรือ 8 จะเรียกไพ่ 2 แต้มนี้ว่าไพ่ ป๊อกเด้ง ซึ่งถือเป็นไพ่ที่ใหญ่ที่สุดหรือเรียกได้ว่าชนะไพ่ทุกแต้มนั้นเอง 2. 2 เด้ง หมายถึง ไพ่ 2 ใบ ที่มีดอกเหมือนกัน โดยไพ่ 2 เด้งนั้นจะทำให้ได้เงินเดิมพันเป็น 2 เท่า เช่นท่านมีไพ่ในมือ 7 แต้ม 2 เด้ง แต่เจ้าดันมีแค่ 5 แต้ม ท่านวางเงินเดิมพันไว้ที่ 100 บาท ท่านจะได้กลับคืนมา 200 นั้นเอง 3. สเตทฟลัท หมายถึง การได้ไพ่ 3 ใบที่มีดอกเดียวกันและมีตัวเลขที่เรียงกัน เช่น 6 7 8 โดยจะไม่นับแต้มรวมในไพ่ ในกรณีจะทำให้ท่านได้เงินคูณ 5 จะได้รับเงินเดิมพันเป็นจำนวน 5 เท่าของเงินต้น เช่นวางเงินเดิมพันไว้ 100 บาท ท่านจะได้กลับมา 500 บาท 4. สเตท / เรียง  หมายถึง การได้ไพ่มาทั้งหมด 3 ใบ และไพ่ทั้ง 3 มีตัวเลขที่เรียงกัน เช่น 1 2 3 ในกรณีนี้ท่านจะได้เงินคูณ 3 ของจำนวนเงินที่วางเดิมพัน เช่น เงินเดิมพัน 100 บาท จะได้กลับมา 300 บาท 5. ตอง หมายถึง  ไพ่จำนวน 3 ใบ ที่มีเลขเดียวกัน เช่น 3 3 3 ในกรณีนี้ท่านจะได้เงินคูณ 5 จากเงินเดิมพัน เช่น ลงเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมา 500 บาท 6. สามเหลือง หมายถึง การได้ไพ่จำนวน 3 ใบ ที่มี K Q J ไม่จำเป็นต้องเรียงกัน แค่มี 3 ใบนี้ ท่านก็จะได้เงินคูณ 3 จากเงินเดิมพัน เช่น ลงเงินเดิมพัน 100 บาท ท่านจะได้เงินกลับมา 300บาท  7. บอด หมายถึง ไพ่ที่รวมกับแล้วได้เท่ากับ 10 = ไม่มีแต้มนั้นเอง เช่น 9 + A  การเรียงไพ่และตัดสินแพ้ชนะเรียงกันตามหลักนี้ ป๊อก 9 (ป๊อกเก้า 2 เด้ง) > ป๊อก 8 (ป๊อก 8 2 เด้ง) > ตอง > สเตรทฟรัช > เรียง > สามเหลือง> 3 เด้ง หรือ 2 เด้ง หรือ ไพ่ธรรมดา  เป็นยังไงกันบ้าง หลังจากที่ได้อ่านบทความข้างต้นกันแล้วเรื่องเกี่ยวกับการเล่นไพ่ ป๊อกเด้ง ซึ่งทุกท่านจะเห็นได้เลยว่าการ เล่นไพ่ ป๊อกนั้น สามารถเล่นได้ทุกวัยและเล่นง่ายมาก ๆ เรียกได้ว่ามือใหม่ก็สามารถเล่นได้โดยไม่สับสนกันเลยทีเดียว เหตุนี้เองไพ่ป๊อกจึงเป็นไพ่ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ แต่ด้วยความที่ไพ่ป๊อกเป็นไพ่ที่เล่นง่ายและใช้เวลารวดเร็วในแต่ละตาในการเล่นหนึ่งครั้ง ผู้เล่นทุกคนควรที่จะจำให้ได้ว่าไพ่ที่มีแต้มมากไปหาน้อยนั้นมีอะไรบ้างหรือไพ่ที่ใหญ่สุดนั้นคืออะไรบ้าง เพื่อป้องกันการถูกเจ้ามือโกงนั้นเอง และอย่าลืมจำด้วยว่าไพ่ที่ได้แต้มพิเศษนั้นจะต้องได้เงินคูณเพิ่มเท่าไหร่จากเงินเดิมพัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวท่านเอง อีกอย่างคืออยากให้ทุกท่านเลือกเว็บพนันที่สามารถเชื่อถือได้และมีเครดิตที่ดี เพราะจากที่ดิฉันได้ศึกษามานั้นจะพบว่าเว็บพนันได้เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วและมากมายจนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนั้นเอง จากนี้ขอให้ทุกท่านมีโชคและเล่นกันอย่างสนุกสนานกันเลย