แท็ก : เกมไพ่

เกมไพ่ ดัมมี่ เป็นอย่างไร ไพ่ยอดฮิตของคนเล่นการพนัน

เกมไพ่ยังมีคนนิยมเล่นกันอยู่มาก โดยเฉพาะเกมไพ่ ดัมมี่ ที่เป็นไพ่ยอดฮิตของคนเล่นการพนันเป็นอันดับ 1 ของการเล่นไพ่ เพราะการเล่นไพ่ดัมมี่เป็นการฝึกสมองได้ การคาดคะเนที่ต้องมีความคิดสูง และเป็นเรื่องของความสนุกสนานในกลุ่มของคนเล่นการพนันด้วย หลายคนเล่นเป็นตั้งแต่ในสมัยเรียนเลยก็ว่าได้ เพราะว่าการเล่นไพ่ในตอนสมัยเรียน ลุ้นระทึกมาก เพราะต้องแอบอาจารย์เล่น ดูน่าตื่นเต้นกันมากเลยทีเดียว โดยไพ่ดัมมี่มีจุดกำเนิดมาจากประเทศสเปน แต่ก็เล่นกันเรื่อยมาจนปัจจุบันในไทยเพราะเป็นเกมไพ่ที่ต้องใช้ไหวพริบ ใช้สมองและความคิดว่าใครจะมีเทคนิคที่เก่งกว่ากัน เชือดเฉือนกันด้วยการวางแผนและคาดคะเนผู้เล่นคนอื่นทำให้เป็นที่ชื่นชอบมาจนสมัยนี้เลย วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับไพ่ดัมมี่ ที่มีวิธีและกฎกติกาการเล่นที่ยากกว่าเกมส์ไพ่อื่น ๆ พอสมควร แต่การเล่น เกมไพ่ ดัมมี่มันดันเป็นที่นิยมของคนในบ้านเราอย่างมากหรืออาจจะอันดับต้น ๆ ในเกมส์ไพ่ของคนไทยเลยนั่นก็เพราะไพ่ดัมมี่ มีวิธีเล่นแลการพลิกแพลงที่ค่อนข้างเยอะและซับซ้อน ทำให้เกิดการต่อสู้และดวลกันในเรื่องของไหวพริบของผู้เล่นนั่นจึงเป็นจุดเด่นและจุดดึงดูดของ เกมไพ่ดัมมี่ แต่กลับกันก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เล่นไพ่ ดัมมี่หรือเล่นยังไงก็เล่นไม่เป็นนั่นก็เพราะความซับซ้อนของเขาเช่นกัน ดังนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับไพ่ดัมมี่กัน มีวิธีการเล่น ดัมมี่ และกฎที่ค่อนข้างต้องทำความเช้าใจยากแต่ก็ไม่ยากมาก วิธีการเล่น ไพ่ ดั ม มี่ วงหนึ่งจะมีตั้งแต่ 2 คนถึง 4 คน โดยการแจกไพ่ต่างกัน 2 คนแจก 11 ใบ 3 คนแจกคนละ 9 ใบ 4 คนแจกคนละ 7 ใบ และถ้าวงที่เล่นคนน้อยกว่า 4 คนส่วนใหญ่จะเอาไพ่ออกไป 5 ใบ กติกาการเล่น หลังจากรู้วิธีการแจกไพ่แล้วจากนั้นการเล่นจะเริ่มจากเจ้ามือจะแจกไพ่ไปจนครบคนแล้วไพ่ที่เหลือจะตั้งไว้เป็นกองจั่วหลังจากนั้นต้องทิ้งไพ่ 1 ใบไว้เป็นการเริ่มต้นแถวไพ่ทิ้ง และผู้เล่นคนถัดเป็นจะเป็นคนเริ่มเกมโดยทำการจั่วไพ่จากกองหรือเก็บไพ่จากกองทิ้งก็ได้แต่ไพ่ที่เก็บจะต้องนำมาเข้าคู่แล้ว หงายได้เท่านั้น จากนั้นก็ต้องทิ้งไพ่ 1 ใบลงมาแทนที่ในกองไพ่ทิ้งแทนหรือทำการทิ้งไพ่ 1 ใบลงไปต่อในกองไพ่ทิ้งนั่นเอง แล้วก็ต่อไปให้ผู้เล่นคนถัดไปจั่วหรือเก็บไพ่จากกองไพ่ทิ้งก็ได้ทั้งสองแบบโดยไม่ต้องเอาเข้าคู่ก็ได้และจากนั้นก็ทิ้งไพ่ 1 ใบลงไปที่กองทิ้งเรียงต่อไปตามเดิม  ทำต่อไปแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผู้ชนะหรือจนกว่าไพ่จะหมดกองไพ่จั่ว การเข้าคู่ การจับชุดไพ่เข้าคู่กันของไพ่ ดัมมี่ ก็สามารถทำได้ด้วยการหาไพ่ที่เข้าชุดเป็นชุดใหญ่เช่นไพ่ตอง เสตรทฟลัท เป็นต้น เช่นตองห้า ตองสิบ หรือตองใดก็ได้ หรือไพ่ 2 สี่ใบหรือเรียงแบบดอกเดียวกัน 1, 10, J โพธิ์ดำล้วน แจ็ค, แหม่ม, คิงส์, A ข้าวหลามตัดล้วน เป็นต้น ลำดับความสำคัญของไพ่ดัมมี่คือ 2 ไปถึง A เรียงจากเล็กไปหาใหญ่ วิธีการเล่นไพ่ดัมมี่ นอกจากกฎกติกาแล้วยังมีเรื่องอื่นอีกสำหรับการเล่นไพ่ดัมมี่ ถ้าอยากชนะการน็อคเป็นหนทางหลักในการที่จะทำกำไรกับเจ้า เกมไพ่ ดัมมี่ถ้ามันสำคัญขนาดนี้อย่างนั้นมันน็อคอย่างไรเรามาดูกันว่าจะต้องเล่นอย่างไร การให้ผู้เล่นคนนึงดูไพ่ ไพ่ ดั ม มี่ ในกองกลาง หากสามารถนำมาเกิดกับไพ่ที่อยู่ในมือได้ ก็หยิบไพ่ใบหัวนั้นขึ้นมารวมกับไพ่ที่อยู่ในมือ จากนั้นเอาไพ่ที่รวมกันแล้วมาง่ายลงตรงหน้าตักตัวเองแล้วทิ้งไพ่ 1 ใบ ที่อยู่ในมือลงมาแทน ไพ่ที่หยิบขึ้นไป แต่ถ้าผู้เล่นคนที่ 1 ดูไพ่ ไพ่ใบหัวในกองกลางแล้วไม่สามารถเกิดได้ ก็จั่วไพ่จากกองจั่วขึ้นมา 1 ใบ และถ้าใบที่จั่วขึ้นมา ไม่สามารถเกิดได้อีกให้ทิ้งไพ่ใบไหนก็ได้ที่อยู่ในมือลงมาไว้ในกองกลาง แต่ถ้าจั่วแล้วถ้านำมาเกิดได้ก็หงายไพ่ที่จะเกิดลงหรือจะเก็บไว้ในมือก็ได้จากนั้นก็ทิ้งไพ่ใบอื่นลงมาแทนไพ่ที่จั่วไป  ต่อมาให้ผู้เล่นคนที่สองดูไพ่ที่ผู้เล่นคนที่หนึ่งทิ้งลงมาในกองกลางว่าสามารถนำมาเกิดได้ไหม ถ้าเกิดได้ก็หยิบไพ่กองกลางนั้นขึ้นมารวมกับไพ่ที่อยู่ในมือ จากนั้นเอาไพ่ที่รวมกันแล้วมาหงายลง ตรงหน้าตักตัวเองแล้วทิ้งไพ่ 1 ใบที่อยู่ในมือลงมาแทนไพ่ที่หยิบขึ้นไป กรณีผู้เล่นคนที่ 2 ดูไพ่ที่ผู้เล่นคนที่ 1 ทิ้งลงมาแล้ว ไม่สามารถเกิดได้ให้ผู้เล่นคนที่ 2 จั่วไพ่จากกองจั่วและเมื่อจั่วมาแล้ว ไม่สามารถเกิดได้อีกให้ทิ้งไพ่ใบไหนก็ได้ที่อยู่ในมือลงกองกลางแทนไพ่ที่หยิบขึ้นไป แต่ถ้าจั่วแล้วสามารถนำมาเกิดได้ ก็หงายไพ่ที่จะเกิดลงหรือจะเก็บไว้ในมือก็ได้ จากนั้นก็ทิ้งไพ่ใบอื่นลงมาแทนไพ่ที่จั่วขึ้นไปเช่นเดิม การน็อคในไพ่ ดัมมี่ คือรูปแบบจบเกมที่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งจั่วไพ่หรือเก็บไพ่ทิ้งแล้วสามารถนำมาเข้าคู่เข้าชุดกันได้หมดทั้งมือหรือแม้กระทั่งฝากได้จนผู้เล่นคนนั้นเหลือไพ่เพียงใบเดียวบนมือ จะแปลว่าผู้เล่นคนนั้นทำการจบเกมในตานั้นได้หรือเรียกว่าน็อคนั่นเองจากนั้นผู้เล่นจะต้องหงายไพ่ที่เข้าชุดทั้งหมดและคว่ำไพ่ 1 ใบที่เหลือไว้เป็นอันเสร็จสิ้นแต่ถ้าหากในรูปแบบที่ไพ่จั่วหมดกองแล้วยังไม่มีผู้เล่นคนใดทำการน็อคได้อย่างเช่นกรณีมีผู้เล่นจั่วไพ่ใบสุดท้ายจากกองจั่วแล้วตนเองไม่สามารถน็อคได้จากนั้นทิ้งไพ่ 1 ใบลงกองทิ้งและคนถัดมาก็ไม่สามารถเก็บไพ่นั่นน็อคได้แบบนี้จะต้องนับแต้มจากไพ่ที่หงายหักลบกับแต้มในมือหาผู้ชนะจะถือว่าจบเกมโดยผู้ชนะจะเป็นคนเริ่มเล่น การนับแต้ม สำหรับ การหักแต้มนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับการทิ้งไพ่แต่ละครั้ง ซึ่งในการเล่นทุกครั้ง ทุกท่านควรมีสติเป็นอย่างมาก ไม่อย่างนั้น ก็จะเสียแต้มและแพ้ได้นะคะ ซึ่งการหักแต้มนั้น จะเป็นยังไง จะขึ้นอยู่กับการทิ้งไพ่แบบไหน ไปติดตามพร้อมๆกันเลยค่ะ 1. การทิ้งไพ่ ดัมมี่ หรือทิ้งมี่ หมายถึง การที่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งได้ทิ้งไพ่ที่มีผู้เล่นคนอื่นเกิดไว้ จะถูกหัก 50 แต้ม  2. การทิ้งเต็ม คือ ผู้เล่นที่ทิ้งไพ่ ที่สามารถเกิดได้กับไพ่ในกองกลางอย่างน้อยสองใบ จะถูกหัก 50 แต้ม  3. การทิ้งปี้สเปโต (ตัวกันสเปโต) สำหรับปี้สเปโตหรือตัวกันสเปโต และการทิ้งปี้สเปโต หรือตัวกันสเปโตนั้น กรณีนี้ ก็จะเสีย 50แต้ม  4. การทิ้งปี้หัว เช่น ทิ้งไพ่ที่เป็น ปี้หัวลงมา และทำให้ผู้เล่นคนอื่น สามารถนำไปเกิดได้ ผู้เล่นที่ทิ้งไพ่ปี้หัวลงมานั้น ก็จะถูกหัก 50 แต้ม  5. การทิ้งปี้หัวสเปโต เช่น ไพ่สเปโต คือ 2♣/Q♠ และถ้า เกมไพ่ ใบไหนใบหนึ่ง ในสองใบนี้ เป็นไพ่ใบแรกที่หงายลงกองกลาง ก็จะเรียกว่า ไพ่หัวสเปโตนั่นเอง   6. การถูกฝากสเปโต คือ ผู้เล่นคนใดที่ได้เกิดไพ่แล้ว และมีผู้เล่นคนอื่น มาฝากไพ่สเปโต (2♣/Q♠) ได้ ต่อจากไพ่ชุดที่เกิด จะทำให้ผู้เล่นคนที่เกิดไพ่นั้น ถูกหัก 50 แต้มค่ะ

แบล็คแจ็ค ออนไลน์เกมไพ่ที่ได้รับความสนใจและความนิยม

แบล็คแจ็ค เป็นอีกหนึ่งเกมไพ่ที่ได้รับความสนใจและความนิยมกันเป็นอันดับต้น ๆ รองมาจากคาบาร่า เพราะว่าเป็นเกมไพ่ที่เล่นง่าย เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และไม่มีสูตรตายตัว แต่ก็สามารถนำสูตรไพ่ต่าง ๆ มาใช้ได้อยู่ตลอด โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเริ่มเล่นแบล็คแจ็คที่ทางฝั่งยุโรป ในประเทศสเปนและประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ ค.ศ. 1700 ช่วงกลาง ๆ แต่ ณ ตอนนั้นทางฝั่งยุโรปจะเรียกชื่อเกมนี้ว่า ไวนท์อัน ที่แปลว่า 21 ซึ่งจะเป็นชื่อที่ตรงตัวกับกติกาของเกม  การเดิมพันแบบนี้ จะนิยมเล่นเพียงกลุ่มคนไม่กี่คนเท่านั้น และก็ได้เริ่มเผยแพร่เกมพนันนี้ไปทั่วโลก จนตอนนี้ทุกคนในโลกก็รู้จักเกมนี้กันหมด ถึงแม้ว่าเกม ไพ่แบล็คแจ็ค ออนไลน์ นี้จะเคยถูกเก็บเป็นความลับ แต่สุดท้ายแล้วก็ได้รับการยอมรับให้เข้ามาเป็นหนึ่งในการสร้างความบันเทิงของหลาย ๆ คาสิโน ทั้งภาคพื้นดิน และ ระบบออนไลน์ ทั้งนี้ยังมีการสร้างให้เป็นโปรแกรมสำหรับใช้งานแข่งกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย  กติกาและวิธีการเล่น แบล็คแจ็ค ออนไลน์ กติกาการเล่นแบล็คแจ๊ค คือ จะต้องทำให้ผลรวมของไพ่นั้นใกล้เคียง 21 แต้มที่สุดและแต้มจะต้องมากกว่าแต้มไพ่ของดีลเลอร์ และต้องไม่เกิน 21 แต้ม ใน เกมไพ่ สามารถเป็นได้ทั้ง 1 หรือ 11 โดยไพ่ที่มีหน้าไพ่ J, Q, K จะเท่ากับ 10 และไพ่ตัวเลขมีจำนวนตามตัวเลข  - หากผู้เล่นได้รับไพ่ A=1 และ 10 เป็นไพ่สองใบแรก เรียกว่าไพ่ แบล็กแจ็ก ผู้เล่นจะได้รับเงิน 1.5 เท่าของเงินพนัน ตัวอย่างเช่น หากผู้เล่นวางเดิมพัน 10 เหรียญ ก็จะได้รับเงิน 25 เหรียญ  - หากแต้มรวมของไพ่ของใกล้เคียงกับ 21 มากกว่าของดีลเลอร์ ผู้เล่นจะชนะพนัน และได้รับเงิน 1.5 เท่าของเงินพนัน เช่น หากเดิมพัน 10 เหรียญ จะได้รับเงิน 20 เหรียญ  - หากแต้มรวมของผู้เล่นเกิน 21 เรียกว่า ระเบิด และผู้เล่นจะแพ้การพนัน  - หากผู้เล่นและดีลเลอร์ได้แต้มเท่ากัน (ที่มีแต้ม 17 ขึ้นไป) จะถือว่าเสมอกันและจะได้รับเงินพนันคืน การประกันความเสี่ยง หากฝั่งดีลเลอร์หงายใบแรกขึ้นมาแล้วปรากฏว่าได้ A เกมนี้ก็จะมีระบบประกันขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นสิ่งประกันความเสี่ยงถ้าหากดีลเลอร์นั้นมีแต้ม 21 หรือ แบล็คแจ็ค เงินรางวัลของการประกัน ก็จะเท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินที่ผู้เล่นวางเดิมพันไว้ หากเปิดไพ่ขึ้นมาแล้ว เจ้ามือไม่ได้แต้ม 21 หรือ แบล็คแจ็คเกมก็จะดำเนินต่อไป กรณีเพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่า หากดีลเลอร์เปิดไพ่สองใบแรกแล้ว และไม่ได้ ไพ่แบล็คแจ็ค ออนไลน์ ผู้เล่นจะมีโอกาสเรียกไพ่เพิ่ม และสามารถเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่าได้ เมื่อผู้เล่นนั้นเลือกเดิมพันเป็นสองเท่า ทางดีลเลอร์ก็จะแจกไพ่ให้แค่เพียงใบเดียว แต่หากเลือกจั่วไพ่เพิ่ม ผู้เล่นก็จะสามารถเพิ่มไพ่ได้ตามที่ต้องการได้นั่นเอง การแยกไพ่ หากไพ่ในมือของผู้เล่นเปิดมาแล้วมีค่าเท่ากันใน 2 ใบแรก ตัวอย่างเช่น 2,2 4,4 A,A ผู้เล่นจะสามารถเลือกแยกไพ่ออกเป็นสองมือได้ โดยจะต้องวางเงินเดิมพันให้เท่ากับเงินเดิมพันหลักของผู้เล่น เช่น หากผู้เล่นวางเดิมพันหลัก 100 บาท ต่อมาได้ทำการแยกไพ่แล้ว ก็จะต้องวางเดิมพันขาล่ะ 100 บาทนั้นเอง  รูปแบบการวางเดิมพัน การวางเดิมพันของไพ่ แบล็คแจ็ค จะมีรูปแบบการวางเดิมพันที่ไห้ผู้เล่นนั้นสามารถเลือกที่จะทำการวางเดิมพันได้มากมาย โดยจะสามารถเลือกเดิมพันตามรูปแบบหลัก ๆ คือ 21+3, Perfect Pair หรือ Bet Behind และในแต่ละแบบนั้นมีความหมายอย่างไร เราจะมาอธิบายให้ได้เข้าใจดังนี้ 1. การวางเดิมพันแบบ Perfect Pair เป็นการวางเดิมพันที่ทำไห้ผู้เล่นมีโอกาสชนะเพียงแค่ใช้ เกมไพ่ 2 ใบแรกเท่านั้น โดยที่ไพ่ 2 ใบแรกจะต้องเป็นไพ่คู่เท่านั้น เช่น 2-2, 3-3, 4-4, Q-Q เป็นต้น และจะแยกออกตามนี้ - ไพ่คู่เหมือน คือ ไพ่ทั้ง 2 ใบจะต้องมีดอกเดียวกัน เช่น ไพ่ 2 ใบ จะมี A โพแดง 2 ใบ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 25 : 1  - ไพ่คู่สี คือ ไพ่ทั้ง 2 ใบนั้นจะต้องมีสีเหมือนกัน 2 ใบ แต่สามารถเป็นใบละดอกได้ เช่น ไพ่เลข 2 โพแดงกับไพ่เลข 2 ข้าวหลามตัด จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 12 : 1  - คู่ผสม คือไพ่ที่ได้นั้นดอกและสีจะต่างกัน เช่น ไพ่เลข 10 โพแดง กับไพ่เลข 10 โพดำ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 6 : 1  2. การวางเดิมพันแบบ 21+3 คือการที่ไพ่ในมือนั้นมีโอกาสที่จะเกิดเป็นไพ่ ตองเหมือน/สเตรทฟลัช/ตอง/สเตรท/ฟลัช และหากผู้เล่นชนะในรูปแบบดังกล่าว ผู้เล่นก็จะได้รับอัตราการจ่ายที่สูงมาก - ไพ่ตองเหมือน คือ การที่มีไพ่ 3 ใบเหมือนกัน เช่น ไพ่ A โพดำ 3 ใบ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 100 : 1  - ไพ่สเตรทฟลัช คือ การเรียงกันตามลำดับและจะต้องมีไพ่ดอกเดียวกัน เช่น ไพ่ออกมาเรียงเป็น 10, J, Q โพแดง จะมีอัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 40 : 1  - ไพ่ตอง คือ การที่มีไพ่ 3 ใบเหมือนกัน แต่จะสามารถมีสีและดอกที่ต่างกันได้ เช่น ไพ่ดอกจิก สีดำ เลข 3, ไพ่ข้าวหลามตัด สีแดง เลข 3 และ ไพ่โพธิ์แดง เลข 3 ผู้เล่นก็จะได้รับอัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 30 : 1 - ไพ่สเตรท คือ ไพ่ในมือนั้นเรียงกันตามลำดับ แต่สามารถมีสีและดอกของไพ่นั้นแตกต่างกันได้ เช่น ไพ่เลข 2 โพแดง/ไพ่เลข 3 ดอกจิก และ ไพ่เลข 4 โพดำ จะมีอัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 10 : 1  - ไพ่ฟลัช คือ การที่มีไพ่ในมือที่เป็นดอกเดียวกันทั้ง 3 ใบ เช่น ไพ่เลข 2 โพแดง/ไพ่เลข 5 โพแดง และ ไพ่เลข 8 โพแดง จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 5 : 1  3. การวางเดิมพันแบบ Bet Behind คือ การเดิมพันตามผู้เล่นคนอื่น ๆ โดยผู้เล่นจะสามารถอ้างอิงการชนะจากไพ่ของผู้เล่นคนอื่นได้ และผู้เล่นเองก็จะสามารถกำหนดเงินเดิมพันเองได้ แต่จะไม่สามารถบอกไห้เขานั้นจั่วไพ่เพิ่ม หรือหยุดเรียกไพ่เพิ่มได้ หมายความว่า หากผู้เล่นวางเดิมพันตามใครแล้วก็จะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรนอกจากการวางเงินเดิมพันนั่นเอง กลยุทธ์ตารางไพ่แล็คแจ็ค สำหรับกลยุทธ์เกมไพ่ต่าง ๆ ที่จะนำมาดัดแปลงเพื่อใช้กับเกมนี้ สิ่งแรกในขั้นพื้นฐานก็คือผู้เล่นจะต้องรู้จักกับตารางกลยุทธ์ของ ไพ่แบล็คแจ็ค ออนไลน์ กันก่อน เพราะหากรู้จักการใช้ตารางแล้ว มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเริ่มเล่นครั้งแรกเมื่อคุณได้เรียนรู้กลยุทธ์พื้นฐาน ด้วยการเขียนข้อมูลลงตารางและวางไว้ข้างตัวขณะที่กำลังเล่นเกมอยู่ เป็นวิธีที่เหมาะสมในการจดจำตารางที่จะบอกได้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะ หยิบการ์ดใหม่ สแตนด์ หรือ ดับเบิ้ล ในช่วงระยะแรกนั้นไม่ควรที่จะวางเดิมพันด้วยเงินครั้งละมาก ๆ ผู้เล่นนั้นควรจะวางเดิมพันให้เหมาะสมกับเงินของตัวเองเพื่อที่จะสามารถเล่นได้เรื่อย ๆ นั่นเอง ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า วิธีการเล่นไพ แบล็คแจ็ค ออนไลน์นั้นเล่นไม่ยาก และไม่ซับซ้อนเลย อีกทั้งอัตราการจ่ายเงินที่เรียกได้ว่าเป็นอัตราที่สูงถึง 100 เท่าเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับเกมไพ่อื่น ๆ แล้ว ทุกคนคงจะเข้าใจสำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่เรานั้นได้รวบรวมมาให้เพื่อศึกษาการเล่นก่อนที่จะลงเล่นจริง ทั้งนี้นอกจากจะต้องศึกษาข้อมูลเหล่านี้รวมถึงเทคนิคการเล่นแล้ว สิ่งสำคัญที่จะต้องไม่ลืมเลยก็คือ การเล่นอย่างมีสติ การรู้จักรอเพื่อหาจังหวะ การบริหารเงินให้เป็น เพียงทำตามคำแนะนำนี้คุณจะมั่นใจได้เลยว่า จะไม่มีการเสียเงินเพิ่มเติมกับการเดิมพันอย่างแน่นอน

เกมไพ่ เท็กซัส เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

คาสิโนออนไลน์ถือว่าเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างเติบโตอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่นั้นชื่อชอบการเล่นพนัน เกมไพ่ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใน คาสิโนออนไลน์ นั้นมีเกมมากมายให้คุณได้เลือกเล่น เกมส่วนใหญ่ที่นิยมนั้นก็คือเกมไพ่ต่าง ๆ นั้นเองไม่ว่าจะเป็น เกมไพ่แบล็คแจ็ค เกมไพ่ป็อกเด้ง หรือเกมไพ่เท็กซัสที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้นั้นเอง เกมไพ่ เท็กซัสคืออะไร เท็กซัสเป็น เกมไพ่ ชนิดหนึ่งของโป๊กเกอร์ ที่มีต้นกำเนิดมาจากร็อบทาวน์รัฐเท็กซัสในศตวรรษที่ 20 เป็นเกมชนิดหนึ่งที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างความบันเทิงความสนุกสนานและเล่นในกลุ่มที่มีจำนวนหลายคน ไพ่เท็กซัสเป็นเกมที่ต้องใช้ความฉลาดและกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการตั้งสินใจ โดยจะเป็นเกมที่เน้นทักษะการเล่นและเทคนิคต่าง ๆ มากกว่าโชค การ เล่นไพ่ เท็กซัสนั้นใคร ๆ ก็สามารถเล่นได้เพราะเป็นเกมที่ไม่ได้มีขั้นตอนมากมายอะไรนัก แต่การที่คุณจะเล่นไพ่เท็กซัสให้เป็นผู้ชำนาญนั้นยากมากๆ คนที่ประสบความสำเร็จในการเล่นไพ่เท็กซัสนั้นส่วนมากแล้วจะเป็นคนที่มีไหวพริบและกลยุทธ์ที่ดี แต่อีกส่วนนั้นก็คือระยะเวลา การที่คุณเล่นไพ่เท็กซัสมาเป็นเวลานานจะทำให้คุณเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น ในการแข่งขันนั้นคุณจะต้องใช้สมองสติปัญญาเพื่อต่อสู้กับผู้แข่งขันคนอื่น ๆ การที่จะชนะผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้นั้น คือการรู้ใจฝ่ายตนเองและฝ่ายคู่แข่งด้วย ชื่อเต็มของไพ่เท็กซัสคือ Texas Hold'em Poker  ไพ่เท็กซัสเป็นเกมโป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมานี้ เกมไพ่ชนิดนี้ได้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็วและได้รับความนิยมในผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมไพ่ทั่วโลก ในส่วนใหญ่ที่ประเทศอเมริกา หากมีคนพูดกับคุณว่าเขากำลังเล่นโป๊กเกอร์ 90% คือหมายถึงการเล่นไพ่เท็กซัสนั่นเอง เพราะเกมไพ่ชนิดนี้จะสามารถทำกำไรให้กับผู้เล่นได้อย่างมหาศาลโดยการใช้สติปัญญาและกลยุทธ์ต่าง ๆ หากเปรียบเทียบกับเกมไพ่อื่น ๆ เกมไพ่เท็กซัสนั้นจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจกับหลักการทางด้านคณิตศาสตร์บวกกับกลยุทธ์ โดยที่ผู้เล่นนั้นจะไม่สามารถพึ่งโชคได้เลย ผู้เล่นที่มีความชำนาญนั้นจะอาศัยการอ่านเกมในไพ่ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และรัฐบาลอเมริกานั้นได้ยอมรับเลยว่าการเล่นไพ่เท็กซัสนั้นไม่ใช่การเล่นพนันแต่เป็นเกมการแข่งขัยชนิดหนึ่งที่ต้องใช้สมองสติปัญญาที่ชาญฉลาดนั้นเองเพราะในบางครั้งผู้ที่เป็นฝ่ายชนะอาจจะไม่ได้มีไพ่ที่ดีแต่เขาอาศัยกลยุทธ์เพื่อหลอกล่อผู้เล่นคนอื่น ๆ นั้นเอง กติกาการเล่นเกมไพ่เท็กซัส กติกาที่ใช้ในการ เล่นไพ่ เท็กซัสนั้นจะใช้ไพ่ตามมาตรฐานสากลจำนวนทั้งหมด 52 ใบ โดยมีผู้ในเกมเกมหน่งจำนวน 2 - 9 คน เกมไพ่เท็กซัสนั้นมีรูปแบบเกมที่ไร้ข้อจำกัดทุกรูปแบบเกม ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค, สไตล์การเล่น, จำนวนเงินเดิมพัน ฯลฯ และ ยังถือว่าเป็นเกมพนันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในไพ่โป๊กเกอร์ แต่ด้วยเสน่ห์ของความเสี่ยงที่ยิ่งมีมาก ทำให้นักเล่นพนันได้พบกับความสนุกสนาน และ ความท้าทายในการเล่นสูง  การดูไพ่สูงต่ำ ไพ่แต้มสูงที่สุด ไปยัง ไพ่ที่แต้มต่ำที่สุด นั้นจะนับไล่ตามดังนี้ รอยัลสเตรทฟลัช > สเตรทฟลัช > โฟร์การ์ด > ฟูลเฮาส์ > ฟลัช > สเตรท > ตอง > 2คู่ > 1คู่ > ไพ่สูงโดยการแพ้ชนะก็นับตามประเภทไพ่ในมือ หากใครใหญ่สุดตามที่มีดังกล่าวก็ชนะ ถ้าประเภทไพ่เหมือนกันก็เปรียบไพ่ที่เหลือว่าใครใหญ่ก็ชนะ ถ้าไพ่ตรงกันจะแบ่งปันเงินกองกลางเฉลี่ย โดยแต้มไพ่แต่ละประเภทจะมีรายละเอียดดังนี้1. รอยัลสเตรทฟลัช – การถือไพ่ที่มีแต้มใหญ่ที่สุด และ ยังเป็นดอกเดียวกันเรียงกัน 5 ใบ เช่น A – K – Q – J – 10 และ ทังหมดเป็นดอกเดียวกัน 2. สเตรทฟลัช – การถือไพ่ที่มีแต้มใหญ่รองลงมา และ ยังเป็นดอกเดียวกันเรียงกัน 5 ใบ เช่น K – Q – J – 10 – 9 และ ทังหมดเป็นดอกเดียวกัน 3. โฟร์การ์ด – การถือไพ่ที่มีแต้มเท่ากัน 4 ใบ  ไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน เช่น A – A – A – A – 5 4. ฟูลเฮ้าส์ – การถือไพ่ตองหนึ่งชุด และ ไพ่คู่หนึ่งหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน เช่น A – A – A – 7 – 7  5. ฟรัช – การถือไพ่แต้มใดก็ได้แต่เป็นดอกเดียวกันทั้งหมด เช่น 10 – 5 – 7 – K – 3 แต่ไพ่ทุกใบเป็นดอกจิก 6. เสตรท – การถือไพ่ที่มีแต้มเรียงกันใบละดอก เช่น A – K – Q – J – 10 ดอกไม่ต้องเหมือนกันทุกใบ 7. ตอง – การถือไพ่ที่มีแต้มเท่ากัน 3 ใบ เช่น A – A – A – 6 – 2  8. 2 คู่ / 1 คู่ – การถือไพ่ที่มีแต้มเท่ากัน 2 ใบ หรือ 1 ใบ เช่น 5 – 5 – 7 – 7 – 6  หรือ 5 – 5 – 4 – 6 – 3  7. ไพ่สูง – การถือไพ่ที่มีแต้มสูงปกติทั่วไป เช่น A – K – Q – J – 9  กติกาการวางเดิมพัน การเดิมพันรอบที่ 1 เริ่มต้นโดยการแจก เกมไพ่ โฮล และเปิดให้เดิมพันครั้งแรก ทางระบบจะให้ผู้เล่น SB และ BB ลงเงินเดิมพันโดยอัตโนมัติ หลังจากนั้นผู้เล่นจะสามารถเลือกได้ว่าจะสู้  เก หรือ หมอบ หลังจากจบเกมนี้ผู้เล่นจะมีเงินเดิมพันอยู่จำนวนเท่า ๆ กัน   การเดิมพันรอบที่ 2  หลังจากทำการแจกไพ่ฟล็อประบบจะเริ่มแจกจากตำแหน่งของผู้เล่น SB และผู้เล่นอื่น ๆ มีสิทธิ์เลือกว่าจะ สู้ เก หรือหมอบ  การเดิมพันรอบที่ 3  ระบบจะทำการแจกไพ่เทริน์และเริ่มต้นการเดิมพันรอบที่ 3 ระบบจะเริ่มแจกจากตำแหน่งของผู้เล่น SB และผู้เล่นอื่น ๆ มีสิทธิ์เลือกว่าจะ สู้ เก หรือหมอบ การเดิมพันรอบที่ 4  ระบบจะทำการแจกไพ่ริเวอร์และเริ่มต้นการเดิมพันในครั้งที่ 4 ระบบจะเริ่มแจกจากตำแหน่งของผู้เล่น SB และผู้เล่นอื่น ๆ มีสิทธิ์เลือกว่าจะ สู้ เก หรือหมอบ หลังจากจบการเดิมพันครั้ง 4 จะนำไพ่มาเปรียบมือกัน คำศัพท์ที่พบได้ในเกมโป๊กเกอร์ เจ้ามือ หมายถึง ในเกมแรกระบบจะทำการสุ่มเลือกเจ้ามือมาจากหนึ่งในผู้ เล่นไพ่ หากในเกมต่อไปไม่มีคนเข้ามาหรือมีคนออก ระบบจะทำการเลือกเจ้ามือใหม่ตามลำดับเข็มนาฬิกาจากเจ้ามือคนแรกผู้เล่น SB หมายถึง ผู้เล่นคนถัดไปตามลำดับเข็มนาฬิกาของเจ้ามือ เมื่อเกมเริ่มขึ้นระบบจะทำการแตกไพ่ให้เป็นคนแรกและให้ลงเงินเดิมพันผู้เล่น BB หมายถึง ผู้เล่นตามลำดับที่ต่อจากผู้เล่น SB เมื่อเกมเริ่มขึ้นระบบจะให้ทำการวางเงินเดิมพัน แจกไพ่ หมายถึง การแจกไพ่ให้กับผู้เล่น SB คนแรก และคนถัดไปตามลำดับ โดยระบบจะแตกไพ่ให้ทีละ 1 ใบจนครบ 2 ใบ เรียกว่าไพ่โฮลการตัดไพ่ หมายถึง ก่อนการแจกไพ่จะต้องทำการหยิบไพ่บนสุดออก 1 ใบ ตามกติกา สู้ หมายถึง เมื่อถึงตาของตนเองผู้เล่นจะทำการลงเงินเดิมพันเท่ากับผู้เล่นคนก่อน หมอบ หมายถึง การตัดสินในไม่เล่นต่อในเกมนั้นแต่จะเริ่มเล่นใหม่ได้ในเกมถัดไปผ่าน หมายถึง การไม่ลงเงินเดิมพันหรือทำอะไรและผ่านให้ผู้เล่นคนถัดไปโดยจะสามรถเก็บรักษาสิทธ์ในการเดิมพันไว้ได้ ในกรณีนี้ในใช้เมื่อผู้เล่นก่อนหน้าเลือกผ่านหรือหมอบ แต่หากผู้เล่นก่อนหน้าลงเงินเดิมพันจะไม่สามารถเลือกผ่านได้ เก หมายถึง การลงเงินเดิมพันที่มีจำนวนมากกว่าผู้เล่นก่อนหน้า ทั้งนี้ ทุกคนคงได้รู้ถึงที่มา วิธีการเล่น เทคนิคการเล่น เกมไพ่ เท็กซัสกันไปแล้วไม่มากก็น้อย แต่เมื่อนี่คือการพนันใน คาสิโนออนไลน์ มีได้ ก็ต้องมีเสีย ทุกเทคนิคย่อมไม่ตายตัว และ ต้องอาศัยความคิด ความใจเย็น ชั้นเชิง และ ประสบการณ์ในการเล่นสูง ดังนั้น เพื่อเล่นให้สนุกไม่เครียดจนมากเกินไป ควรมีเพดานได้เสียเท่าที่ตัวเองไหวเป็นพอ มิเช่นนั้นแล้วอาจจะหมดตัวได้เช่นกัน