แท็ก : ป๊อกเด้งออนไลน์สด

ความแตกต่างระหว่างไพ่ป๊อกเด้งธรรมดากับ ไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์

หากพูดถึงเกมพนันที่ใช้ไพ่ในการเล่นเป็นหลักนั้น และเป็นเกม ไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์ ที่หลาย ๆ คนรู้จัก นิยมเล่นในประเทศไทยนั้น คงจะต้องนึกถึงเกมไพ่ป๊อกเด้งกันเป็นอันดับแรก ๆ อย่างแน่นอน หากใครที่คุ้นเคยกับการเล่นไพ่ป๊อกเด้งแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่า เกมไพ่ป๊อกเด้งเป็นเกมไพ่ที่สามารถเล่นได้ทั่วไปทุกสถานที่ตามโอกาสที่เหมาะสมในบางครั้งเพียงแค่มีไพ่กับผ้าปูรองพื้น ก็สามารถเล่นได้อย่างสนุกสนานแล้ว ส่วนใหญ่นั้นไพ่ป๊อกเด้งจะเน้นเล่นเพื่อผ่อนคลายหรือเพื่อความสนุกสนานในกลุ่มมากกว่าเน้นกำไร ทั้งนี้ทั้งนั้นการเล่นไพ่ป๊อกเด้งยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย แต่หากนักพนันสนใจที่จะเล่นก็ควรศึกษาอย่างละเอียดเพื่อจะได้เอาชนะเดิมพันและป้องกันความเสี่ยงในการเสียเงินนั่นเอง ไพ่ป๊อกเด้งนั้น เกิดจากชาวฝรั่งเศสชื่อ นายเกิง โกเนอร์ เป็นผู้คิดค้นทำไพ่ป๊อกเด้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 1953 โดยได้คำนวณจากจำนวนของไพ่ที่เล่นซึ่งมีจำนวน 52 ใบ เป็นแนวคิดที่เกิดจากจำนวนสัปดาห์ที่มีในหนึ่งเดือนที่มีอยู่ 4 สัปดาห์ ซึ่งนำมาแทนสัญลักษณ์ของภาพบนไพ่ที่ประกอบไปด้วย ไพ่โพดำ, โพแดง, ข้าวหลามตัด และดอกจิก ซึ่งแต่ละภาพก็จะมีความหมายในตัวที่แตกต่างกัน ต่อมาการเล่นไพ่ป๊อกเด้งก็ได้รับความนิยมในประเทศไทยและนิยมเล่นอย่างมากในแถบเอเชียจนได้รับการพัฒนารูปแบบมาเป็นไพ่ ป๊อกเด้งออนไลน์ หลายคนมักจะตั้งคำถามว่า แล้วไพ่ป๊อกเด้งที่เล่นกันทั่วไปแบบธรรมดา ๆ ง่าย ๆ กับไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์นั้นแตกต่างกันหรือไม่ แล้วแตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาอธิบายให้ทราบถึงความแตกต่างระหว่างไพ่ป๊อกเด้งธรรมดากับไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์ ความแตกต่างระหว่างไพ่ป๊อกเด้งธรรมดากับ ไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์ ในการเล่นไพ่ป๊อกเด้งแบบธรรมดานั้นจะมีการแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2  ฝ่าย คือ ฝ่ายเจ้ามือ และ ฝ่ายผู้เล่น โดยการเล่นไพ่ป๊อกเด้งแบบธรรมดาทั่วไป คือ ผู้เล่นจะมีไพ่ในมือคนละไม่เกิน 3 ใบเท่านั้น โดยอันดับแรกฝ่ายเจ้ามือจะเป็นผู้แจกไพ่ก่อน โดยจะแจกอยู่ที่ 2 ใบ เมื่อผู้เล่นทุกคนได้รับไพ่แล้ว ก็สามารถเปิดไพ่ของตัวเองได้ หากพอใจกับแต้มแล้ว ก็ไม่ต้องจั่วเพิ่ม ซึ่งจะเรียกศัพท์ว่า “อยู่” แต่ถ้าหากผู้เล่นท่านใดยังไม่พอใจกับแต้มไพ่ของตัวเองก็สามารถขอจั่วกับฝ่ายเจ้ามือได้อีก 1 ใบเท่านั้นเพื่อนำไพ่ใบที่สามมาช่วยบวกคะแนนเพิ่ม แต่ถ้าหากเป็นการ เล่นไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์ นั้น ก็มีการแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่ายเช่นเดียวกัน คือ ฝ่ายเจ้ามือ กับฝ่ายผู้เล่น แต่ใน 1 ห้องนั้นจะประกอบไปด้วยจำนวนผู้เล่นทั้งหมด 5 ขาและ 1 เจ้ามือ ผู้เล่นสามารถเลือกแทงที่ขาไหนก็ได้ โดยสามารถเลือกได้มากกว่า 1 ขา สูงสุดได้ที่ 5 จากนั้นเจ้ามือจะทำการแจกไพ่รอบวง ฝั่งละ 2 ใบเท่ากัน หากฝั่งใดมีแต้มใกล้เคียง 9 แต้มมากกว่า ฝั่งนั้นจะถือเป็นผู้ชนะ แต่ในกรณีไพ่ 2 ใบแรกมีแต้มไพ่ไม่เกิน 5 แต้ม ผู้เล่นก็สามารถขอจั่วไพ่เพิ่มได้อีก 1 ใบ และเมื่อฝั่งใดก็ตามที่ฝ่ายใดได้ไพ่ที่มีแต้มผลรวมเป็น 9 ก็จะเรียกว่าการ "ป๊อกเก้า" หรือหากผลแต้มรวมกันได้ 8 ก็จะเรียกเป็น "ป๊อกแปด" โดยการได้แต้มใกล้เคียง 9 หรือ ป๊อก 9 หรือ ป๊อก 8 นั้นก็จะมีอัตราการจ่ายที่แตกต่างกันไป  ความแตกต่างกันอีกเรื่องหนึ่งระหว่างไพ่ป๊อกเด้งธรรมดากับ ไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์ ก็คือ อัตราการจ่ายเงินกำไรเดิมพันการเล่น ซึ่งถ้าหากเป็นการเล่นไพ่ป๊อกเด้งธรรมดาจะมีอัตราการจ่าย ดังต่อไปนี้ 1. ถ้าได้ 2 เด้ง – 3 เด้ง หากผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ได้ไพ่ออกเป็น 2 เด้งคือการที่ผู้เล่นมีไพ่ในมือ 2 ใบแล้วไพ่ในมือนั้นเป็นตัวเลขเหมือนกันหรือเป็นไพ่ที่ได้ดอกเดียวกัน หากแต้มสูงกว่าผู้เล่นคนอื่นก็จะเป็นฝ่ายชนะและก็จะได้เดิมพันเป็น 2 เท่า แต่ถ้าหากออกไพ่เป็น 3 เด้งคือการที่ผู้เล่นมีไพ่ในมือ 3 ใบ โดยที่ 3 ใบนั้นเป็นไพ่ดอกเดียวกันทั้งหมด ถ้าแต้มชนะสูงกว่าเจ้ามือก็จะได้เดิมพันเป็น 3 เท่า 2. ถ้าได้ 3 เหลือง หรือ กระเบื้อง  คือ การที่ผู้เล่น ป๊อกเด้งออนไลน์ ได้ไพ่ 3 ใบในกลุ่มของชุดไพ่ K Q J ทั้ง 3 ใบ ซึ่งไพ่ 3 ใบนี้จะมีแต้มชนะ 9 แต้มในทันที แต่ไม่รวมถึงในกรณีป๊อกเก้า ถ้าชนะและแต้มสูงกว่าฝ่ายเจ้ามือ ก็จะได้เดิมพันเป็น 3 เท่านั่นเอง 3. ถ้าได้ไพ่ตอง  การได้ไพ่ตอง คือ การที่ผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบในมือเป็นเลขเดียวกันทั้งหมด 3 ใบ ซึ่งจะมีแต้มอยู่ที่ 9 แต้มแต่ไม่รวมถึงในกรณีป๊อกเก้า หากแต้มชนะฝ่ายเจ้ามือได้ ก็จะได้เดิมพันเป็น 5 เท่า เลยทีเดียว 4. ถ้าได้ไพ่เรียง  การได้ไพ่เรียงนั้น เป็นการที่ผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบในมือ แล้วมีแต้มบนไพ่เรียงกัน ตัวอย่างเช่น 2 3 4 หรือ 5 6 7 หรือ Q K A หากแต้มสูงและชนะฝ่ายเจ้ามือได้ ก็จะได้เดิมพันเป็น 3 เท่า ส่วนอัตราการจ่ายเงินกำไรเดิมพันการเล่น ไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์ นั้นก็จะต้องไม่เหมือนกับไพ่ป๊อกเด้งธรรมดาอย่างแน่นอน และราคาจ่ายย่อมสูงกว่าด้วย ดังนี้ 1. หากได้ไพ่ป๊อก 9 หรือป๊อก 8  หากผู้เล่นได้ไพ่ใบแรก เป็น 10 , K หรือ J และได้ไพ่ใบที่ 2 เป็น 9 หรือ 8 ผู้เล่นจะได้รับผลตอบแทนทันที 1 เท่าจากเงินที่ลงเดิมพัน 2. หากได้ไพ่ตอง ไพ่ตอง คือ การได้ไพ่ทั้ง 3 ใบเป็นเลขตัวเดียวกันทั้งหมด โดยจะเป็นตัวเลขอะไรก็ได้ ท่านจะได้รับผลตอบแทนเป็น 3 เท่าจากจำนวนเงินที่ลงเดิมพันไป หรืออาจะมีอัตราจ่ายมากถึง 5 เด้งเลยทีเดียว เช่น แทง 100 ได้ 500 บาท เป็นต้น 3. อัตราการจ่ายเงิน หากได้ไพ่เรียง ไพ่เรียง หมายถึง การได้ไพ่ 3 ใบ โดยที่หน้าไพ่มีการเรียงกันของตัวเลข แต่ดอกไพ่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ เช่นเรียงเลข 4 – 5 – 6 หากได้ไพ่เรียงกรณีนี้จะได้อัตราการจ่ายเงินเป็น 3 เท่าจากจำนวนเงินเดิมพันที่ลงทุนไป เช่น แทง 100 บาท ได้ 300 บาท เป็นต้น  4. หากได้ไพ่สเตรทฟรัช ไพ่สเตรทฟรัช คือ การมีไพ่ 3 ใบและหน้าไพ่มีการเรียงกันของตัวเลขและดอกไพ่ต้องเหมือนกัน เช่น 1,2,3 โพแดงเหมือนกัน 3 ใบ เป็นต้น ในกรณีนี้ผู้เล่นจะได้รับผลตอบแทนมากถึง 5 เท่าจากจำนวนเงินเดิมพัน ป๊อกเด้งออนไลน์ ที่ลงทุนไป 5. หากได้ไพ่เซียน หรือสามเหลือง  ไพ่เซียน หมายถึง การมีไพ่ทั้ง 3 ใบ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด คือ J, Q, K อัตราการจ่ายเงินก็จะได้เป็น 3 เด้ง เช่น แทง 100 ได้ 300 เป็นต้น 6. หากได้ไพ่ 2 เด้งที่มีดอกเดียวกัน  ไพ่ 2 เด้งดอกเดียวกัน คือ การที่ผู้ เล่นไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์ ได้ไพ่เลขอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเลขตัวเดียวกัน แต่ดอกที่ได้จะต้องเป็นดอกเดียวกัน เช่น 7 โพดำ กับ 2 โพดำ กรณีนี้จะได้อัตราจ่ายเงินเป็น 2 เท่า คือ แทง 100 ได้ 200 นั่นเอง 7. หากได้ไพ่ดอกเดียวกัน 3 ใบ  ไพ่ทั้งสามใบไม่จำเป็นต้องเป็นเลขตัวเดียวกัน แต่ว่าต้องเป็นดอกเดียวกันทั้งหมด ก็จะได้กำไรได้ 3 เด้ง เช่น แทง 100 ได้ 300  เป็นต้น ซึ่งไพ่ที่ออกทั้ง 7 กรณีนี้ เป็นเพียงอัตราการจ่ายเงินในกรณีพิเศษเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากหน้าไพ่ของทั้งฝั่งผู้เล่นและเจ้ามือเป็นหน้าไพ่ธรรมดา ที่ไม่ใช่ทั้ง 7 กรณีก็ไม่ต้องร้อนใจไป เพราะยังจะมีการตัดสินผลแพ้ ชนะกันอีกครั้งว่า ผลรวมหน้าไพ่ของใครจะเข้าใกล้ 9 มากที่สุด หากใครที่เป็นผู้ชนะมีแต้มใกล้เคียง 9 ก็จะได้รับอัตราการจ่ายเพิ่มไปอีก 1 เท่าอีกด้วย เมื่อได้ทราบถึงความแตกต่างของไพ่ทั้งป๊อกเด้งทั้งสองรูปแบบแล้ว หากสนใจการเล่น ไพ่ป๊อกเด้งออนไลน์ ก็สามารถหาเล่นได้ตามเว็บไซต์พนันออนไลน์ได้เลย